วิจัยชี้ การตีเด็กส่งผลต่อพัฒนาการสมอง รุนแรงพอๆ กับการล่วงละเมิด และทำร้ายร่างกาย


เชื่อว่าหลายๆ คนอาจจะเคยมีโอกาสได้ยินสุภาษิตโบราณว่า “รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี” กันมาบ้าง สุภาษิตนี้ความหมายว่าเวลาลูกทำผิดก็ควรอบรมสั่งสอนลูกบ้าง โดยยกการตีเด็กเป็นตัวอย่าง

แต่ยุคสมัยเปลี่ยนไป เราก็คงจะสังเกตกันบ้างแล้วว่าผู้คนได้หลีกเลี่ยงการที่จะต้องสั่งสอนลูกด้วยการตีเด็กมากขึ้น ซึ่งแม้จะดูเหมือนเป็นการตามใจเด็ก แต่ในความเป็นจริงแล้วนี่ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีกว่าที่คิด

นั่นเพราะเมื่อล่าสุดนี้เองเราก็เพิ่งมีงานวิจัยชิ้นใหม่ที่ออกมาบอกว่า การตีเด็กนั้น แท้จริงแล้วอาจส่งผลกระทบกับการพัฒนาการสมองของเด็กๆ รุนแรงพอๆ กับการล่วงละเมิดและทำร้ายร่างกายเด็กโดยตรงเลยทีเดียว

งานวิจัยชิ้นใหม่ในครั้งนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Child Development เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2021 ที่ผ่านมา

มันเป็นผลงานของทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ผู้ทำการศึกษาสมองของเด็ก 40 คนที่ถูกตีอยู่บ่อยๆ เปรียบเทียบกับกลุ่มตัวอย่างเด็ก 107 คนที่ถูกเลี้ยงมาโดยไม่ถูกตี

โดยเด็กแต่ละคนจะถูกขอให้อธิบายว่าพวกเขาเคยถูกตีในอดีตหรือไม่ ก่อนจะประเมินว่าพวกเขาเคยถูกล่วงละเมิดทางเพศหรือทางร่างกายอย่างรุนแรงไหมอีกขั้น

หลังจากแยกกลุ่มเด็กๆ ตามตัวแปรสำคัญเสร็จ นักวิทยาศาสตร์จะนำตัวอาสาสมัครไปตรวจคลื่นสมองด้วยเครื่อง MRI ในระหว่างที่ให้เด็กๆ ดูภาพนักแสดงที่แสดงอารมณ์ที่แตกต่างกันไปด้วย

 

พวกเขาพบว่าเด็กคนที่ถูกตีอยู่บ่อยๆ จะมีคลื่นสมองต่อภาพนักแสดงที่ทำหน้า “น่าหวาดกลัว” ในรูปแบบเดียวกับเด็กที่ถูกล่วงละเมิดหรือทำร้ายร่างกายอย่างร้ายแรงมาก่อนไม่มีผิด แสดงให้เห็นว่าการตีเด็กนั้น แท้จริงแล้วอาจส่งผลกระทบที่รุนแรงได้อย่างไม่น่าเชื่อ

“แม้ว่าเราอาจไม่คิดว่าการตีเด็กเป็นหนึ่งในรูปแบบของการใช้ความรุนแรง แต่ในแง่ของการตอบสนองของสมองเด็กๆ การถูกตีนั้นเรียกได้ว่าแทบไม่ต่างจากการโดนทำร้ายร่างกาย หรือการล่วงละเมิดเลย”

“สิ่งที่แตกต่างกันนั้นมันก็แค่ระดับของความรุนแรงเท่านั้น”

แน่นอนว่าเช่นเดียวกับงานวิจัยอื่นๆ การทดลองในครั้งนี้เองก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อจำกัดเลย นั่นเพราะมัน เป็นไปไม่ได้ที่จะวัดปริมาณว่าเด็กๆ ถูกตบตีรุนแรงเพียงใด และมันก็มีความเป็นไปได้ที่เด็กๆ จะไม่รายงานประสบการณ์ที่ตัวเองพบเจอมาจริงๆ

แถมตัวงานวิจัยเองก็ค้นพบแค่ความคล้ายคลึงกันของคลื่นสมอง ไม่ใช่เหตุผลที่ว่าทำไมเด็กที่โดนตีถึงมีความแตกต่างจากเด็กที่ไม่โดนตีด้วย

ถึงอย่างนั้นก็ตามนี่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งการทดลองที่น่าสนใจใช่เล่นเลย เพราะมันทำให้เราทราบว่าการที่คนในปัจจุบันพยายามลดการตีเด็กลงคงจะเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วก็เป็นได้

ที่มา iflscience

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments