10 หนังสือวรรณกรรมอเมริกัน ควรค่าแก่การอ่าน สร้างเสริมความรู้ และมุมมองใหม่ๆ


บรรยากาศในช่วงหน้าฝนนั้นช่างเย็นสบาย และน่านอนสุด แต่หากนอนจนเบื่อแล้วไม่รู้จะทำอะไรดี #เหมียวเมษา ขอแนะนำให้เพื่อนๆ หาหนังสือมาอ่านกันดีกว่าฮะ

วันนี้ก็มีหนังสือมาแนะนำให้อ่านถึง 10 เล่มด้วยกัน เป็นหนังสือภาษาอังกฤษที่นอกจากจะช่วยฝึกภาษาแล้วยังช่วยเปิดโลกให้เห็นมุมมองที่หลากหลายอีกด้วย

เนื่องจากหนังสือด้านล่างนี้ เป็นลิสต์หนังสือที่นักเรียนชาวอเมริกันถูกแนะนำให้อ่านกันตั้งแต่สมัยมัธยมปลายเลยล่ะ ถือเป็นหนังสือที่มีสาระ ประดับความรู้ และประดับสมองอีกด้วย ไปดูได้เลยค่ะว่าแต่ละเล่มจะมีอะไรบ้าง

 

1. The Great Gatsby โดย F.Scott Fitzgerald

 

รู้จักกันในชื่อภาษาไทยว่า “รักเธอสุดที่รัก”, “สุดที่รักผู้มั่งคั่ง” หรือ “แกสต์บีผู้ยิ่งใหญ่” เป็นหนังสือเกี่ยวกับมหาเศรษฐีหนุ่มนามว่า Gatsby เขาตกหลุมรักหญิงสาวคนหนึ่งเข้าอย่างจัง และพยายามทำทุกอย่างให้เธอมาสนใจ ไม่ว่าจะต้องสูญเสียอะไรไปบ้างก็ตาม

หนังสือสอดแทรกปัญหาสังคม ปัญหาชนชั้น ปัญหาความเท่าเทียม และสิทธิสตรีของสหรัฐอเมริกาในสมัยนั้น ไว้ให้ผู้อ่านได้ขบคิดตามด้วยเช่นกัน

 

2. Lord of the Flies โดย William Golding

 

มีชื่อหนังสือในภาษาไทยว่า “วัยเยาว์อันสิ้นสูญ” เนื้อเรื่องในหนังสือจะเกี่ยวกับเด็กๆ เจอเหตุการณ์ครื่องบินตกบนเกาะร้าง และพบว่าไม่มีใครอยู่ที่นั่นเลย เด็กๆ จึงต้องเอาชีวิตให้รอดจากเกาะแห่งนั้นให้ได้ด้วยตนเอง

หนังสือสะท้อนให้เห็นถึงสัญชาตญาณดิบของการเป็นมนุษย์ การเอาตัวรอด ความเห็นแก่ตัว รวมไปถึงเบื้องลึกในจิตใจของคนได้ดีเลยทีเดียว

 

3. 1984 โดย George Orwell

 

เป็นหนังสือนวนิยายดิสโทเปีย แนวการเมืองการปกครองที่ถูกเขียนตีพิมพ์ตั้งแต่ปี 1949 โดยเนื้อหาจะเกี่ยวกับการแบ่งระบอบการปกครองออกเป็นสองฝ่าย ระหว่างสังคมนิยมกับเสรีนิยม

ในปี 2005 นิตยสารไทม์ ได้เลือก 1984 ให้เป็นหนึ่งใน 100 นวนิยายภาษาอังกฤษที่ดีที่สุดตั้งแต่ ค.ศ. 1923 ถึง 2005 และยังเป็นหนึ่งในนวนิยายดีที่สุด 100 เรื่องของหอสมุดสมัยใหม่อีกด้วย

 

4. To Kill A Mockingbird โดย Harper Lee

 

ในชื่อภาษาไทยก็คือ “ผู้บริสุทธิ์” ถูกตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1960 มีเนื้อหาเกี่ยวกับปัญหาสังคม เช่น การข่มขืน การแบ่งแยกสีผิว ความไม่ยุติธรรมระหว่างเชื้อชาติและการทำร้ายผู้บริสุทธิ์ เป็นต้น

โดยผู้เขียนได้นำพื้นฐานโครงเรื่องมาจากการสังเกตครอบครัว เพื่อนบ้าน และเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมที่ได้รับรู้มา หนังสือเล่มนี้ยังถูกใช้สอนในโรงเรียนจำนวนมาก เพื่อเน้นให้เห็นถึงความอดทนและการต่อสู้กับอคติ

 

5. The Catcher in the Rye โดย J.D. Salinger

 

“จะเป็นผู้คอยรับไว้ ไม่ให้ใครร่วงหล่น” คือชื่อภาษาไทยของหนังสือเล่มนี้ หนังสือได้บอกเล่าเรื่องราวผ่านตัวละครเด็กหนุ่มที่ถูกไล่ออกจากโรงเรียน เขาต้องใช้ชีวิตคนเดียว มีมุมมองต่อโลกที่แตกต่างจากคนอื่น

ธีมหลักของเรื่องจะเกี่ยวกับความทุกข์ และความแปลกแยก จนเกือบเป็นหนังสือต้องห้ามในสหรัฐอเมริกา แต่ก็ถูกรวมอยู่ในนนิตยสารไทม์ประจำปี 2548 ให้เป็นหนึ่งในนวนิยายภาษาอังกฤษที่ดีที่สุด 100 เล่มที่เขียนตั้งแต่ปี 2466

 

6. The Scarlet Letter โดย Nathaniel Hawthorne

 

หนังสือมีชื่อในภาษาไทยว่า “ตราบาปสีเลือด” ถูกตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1850 โดยเรื่องย่อจะเกี่ยวกับหญิงสาวคนหนึ่งที่ถูกประณาม และประจานว่าคบชู้ ท่ามกลางสังคมเคร่งศาสนา แต่เธอก็รับผิดนั้นไว้แต่เพียงผู้เดียวโดยไม่มีใครรู้ความจริง

ถือเป็นหนังสือสุดคลาสสิกในยุคปัจจุบัน และเป็นผลงานชิ้นเอกของผู้เขียนเลยล่ะ นอกจากนี้หนังสือเล่มนี้ยังถูกนิยามไว้ว่าเป็น “งานที่สมบูรณ์แบบจากจินตนาการของชาวอเมริกัน”

 

7. Romeo & Juliet โดย William Shakespeare 

 

หนังสือแนวโศกนาฏกรรมโดยนักเขียนผู้มีชื่อเสียงตลอดกาล โดยถูกแต่งตั้งแต่ปี 1595 เนื้อเรื่องเกี่ยวกับเรื่องราวความขัดแย้งของสองตระกูล คือ ตระกูลมอนตะคิวและตระกูลคาปุเล็ต ในเมืองเวโรนา ประเทศอิตาลี

และจากความขัดแย้งนี้เองที่ทำให้ลูกสาว และลูกชายของทั้งสองตระกูลที่ตกหลุมรักกัน ไม่ได้รักกันตามที่พวกเขาต้องการ จนเกิดเป็นความสูญเสียขึ้นในที่สุด

 

8. Animal Farm โดย George Orwell

 

อีกหนึ่งหนังสือที่มีชื่อเสียงมากๆ จาก George Orwell ถูกแต่งขึ้นตั้งแต่ปี 1988 เพื่อต้องการสะท้อนให้เห็นถึงเหตุการณ์ปฏิวัติรัสเซียและการครองอำนาจของ Joseph Stalin

โดยตัวละครในเรื่องนั้นจะเป็นสัตว์ ซึ่งมีหมูเฒ่าเป็นผู้คิดเริ่มปฏิวัติเจ้าของฟาร์มที่เป็นมนุษย์ เพราะเห็นว่าไม่ได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียม จนเจ้าของต้องหนีไป และได้หมูขี้นมาปกครองแทน จนเกิดเป็นเรื่องราวต่างๆ มากมาย (ลุงตู่เคยแนะนำด้วยนะเนี่ย)

 

9. Of Mice & Men โดย John Steinbeck

 

“เพื่อนยาก” คือชื่อภาษาไทยของหนังสือเล่มนี้ เนื้อเรื่องเกี่ยวกับสองเพื่อนรัก ผ่านความทุกข์ยากมาด้วยกัน โดยคนหนึ่งเป็นชายปกติแต่รูปร่างเล็ก ในขณะที่อีกคนมีรูปร่างสูงใหญ่แต่สติไม่ค่อยดี ทั้งคู่ฝันอยากมีฟาร์มเป็นของตัวเอง

เป็นเรื่องราวของคนที่มีความฝัน แต่ในความฝันนั้นก็ต้องแลกด้วยอะไรหลายอย่าง ธีมหลักของหนังสือจะเกี่ยวกับลูกผู้ชาย และความฝันของชาวอเมริกัน อีกทั้งยังได้รับรางวัลผลงานนักเขียนรางวัลโนเบล ประจำปี 1962 ด้วย

 

10. Hamlet โดย William Shakespeare 

 

เป็นบทละครแนวโศกนาฏกรรมอีกเรื่องของ Shakespeare บทละครนี้กำหนดให้ดำเนินเรื่องในประเทศเดนมาร์กเรื่องราวเกี่ยวกับความพยายามที่จะล้างแค้นลุง หรือกษัตริย์คลอดิอัสของเจ้าชายแฮมเลต

บทละครของเรื่องนี้ได้มีการสร้างเกี่ยวกับตัวละครเอาไว้ได้อย่างลึกซึ้ง สามารถวิเคราะห์ได้จากหลายมุม อีกทั้งยังเป็นบทละครโศกนาฏกรรมของวรรณคดีอังกฤษที่มีความยาวที่สุด ได้รับความนิยมที่สุด และยังถูกจัดให้เป็นหนึ่งในผลงานที่ได้รับการนำไปเล่นละครเวทีมากที่สุดเช่นกัน

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวเมษา

ที่มา: goodreads & thoughtco

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments
เหมียวเมษา