10 โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่ทั้งหญิงและชายควรรู้ ป้องกันไว้ก่อนดีกว่าแก้


241 shares

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (Sexually Transmitted InfectionSTI) เป็นประเด็นสำคัญมากๆ เลยล่ะที่ทุกคนควรรู้ไว้ ไม่ว่าจะเคยมีเพศสัมพันธ์หรือไม่เคยมีก็ตาม เพราะมันเป็นเรื่องใกล้ตัวทั้งหญิงและชาย

การมีเพศสัมพันธ์เพียงครั้งเดียวก็อาจติดโรคเหล่านี้ได้ เพราะมันไม่สำคัญว่าคุณจะมีเพศสัมพันธ์มาแล้วกี่ครั้ง หรือจะกับใครกี่คนก็ตาม เพราะทุกคนมีสิทธิ์เป็นได้เท่าเทียมกัน

 

 

โดยเฉพาะเมื่อสอดใส่อวัยวะเพศชายเข้าไปในช่องคลอดทางอวัยวะเพศหญิง หรือแม้กระทั่งการทำออรัลเซ็กส์ให้กับอวัยวะเพศด้วยการใช้ปาก ทั้งสองก็เป็นวิธีถรับความเสี่ยงติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ได้

เพราะฉะนั้น ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนการร่วมรัก ว่าได้ใส่ถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ถือเป็นวิธีพื้นฐานที่นอกจากจะช่วยป้องกันโรคแล้ว ยังช่วยป้องกันการคุมกำเนิดได้อีกด้วย

 

 

การป้องกันยังเป็นสิ่งสำคัญ เพราะโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มักจะไม่มีอาการที่สามารถเห็นได้ชัดเจน และหากมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ได้ป้องกันเมื่อไหร่ ก็ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจโรคและตรวจเลือดให้เร็วที่สุด

และด้านล่างคือ 10 โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ควรระวัง และควรรู้อาการเบื้องต้น หากหลังมีเพศสัมพันธ์แล้วมีอาการเข้าข่ายใน 10 โรคเหล่านี้จะได้เข้ารับการรักษาให้ทันการ

 

 

1. เชื้อคลามายเดีย (Chlamydia)

เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชื่อว่า คลามายเดีย แทรโคมาทิส (Chlamydia Trachomatis) เป็นเชื้อที่ไม่มีอาการที่ชัดเจน สามารถแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นได้ ทั้งทางทวารหนัก หรือลำคอ อาจทำให้มีบุตรยาก

อาการที่เกิดขึ้นอาจใช้เวลาประมาณ 2 – 3 สัปดาห์หลังจากมีเพศสัมพันธ์ถึงจะรับรู้ได้ โดยผู้ที่มีโอกาสติดเชื้อจะมีอาการเหล่านี้

– ตกขาวผิดปกติ เจ็บกระดูเชิงกราน และปวดท้องน้อย

– รู้สึกอวัยวะเพศเหมือนถูกเผาไหม้ หรือคันบริเวณอวัยวะเพศ

– ผู้ชายจะรู้สึกเจ็บเมื่อปัสสาวะ และอัณฑะบวม เป็นต้น

 

 

2. โรคหนองใน (Gonorrhoea)

เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียที่ส่งผลให้ทั้งชายและหญิงเกิดภาวะมีบุตรยาก สามารถสังเกตภาวะเสี่ยงการเป็นโรคหนองในได้จากอาการเหล่านี้ เช่น

– ปัสสาวะเป็นสีเหลืองหรือสีเขียว

– รู้สึกแสบร้อนเมื่อปัสสาวะ

– อาการเจ็บปวดจากปลายหนังหุ้มอวัยวะเพศ

– อาการเจ็บปวดบริเวณลูกอัณฑะ และรู้สึกว่าอัณฑะอ่อนตัวลง

 

 

3. โรคเริมที่อวัยวะเพศ (Genital herpes)

โรคเริมที่อวัยวะเพศนั้นสามารถติดต่อได้ง่าย และสามารถแพร่กระจายได้ง่าย ถึงแม้จะพยายามรักษาแต่เชื้อไวรัสก็ยังคงอยู่ในร่างกายพร้อมจะระบาดได้ภายหลัง

โรคเริมสามารถระบาดได้ราวๆ 2 – 4 สัปดาห์หลังมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งอาการของโรคเริมมีดังนี้

– อาการคล้ายไข้หวัด เช่น มีไข้ ปวดศีรษะ และปวดเมื่อยตามตัว

– รู้สึกเสียว หรือคันบริเวณอวัยวะเพศหรือทวารหนัก

– มีแผลพุพองปรากฎบริเวณอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือแม้กระทั่งขาอ่อน

 

 

4. เชื้อไวรัส HIV

เป็นเชื้อที่จะโจมตีระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ส่วนใหญ่สามารถแพร่กระจายไปได้ทั้งทางช่องคลอด และทวารหนัก โดยเลือด หรืออสุจิ

โรคเอดส์มักจะถูกเรียกเมื่อผู้ป่วยได้รับเชื้อ HIV ระยะสุดท้าย เพราะระยะสุดท้ายหมายถึงร่างกายไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อร้ายได้แล้ว อาการของผู้ติดเชื้อ HIV ในช่วง 2 สัปดาห์แรกๆ จะมีดังนี้

– น้ำหนักลด

– ท้องเสีย

– เหงื่อออกตอนกลางคืน เป็นต้น

 

 

5. โรคซิฟิลิส (Syphilis)

โรคซิฟิลิสนั้นมีอยู่ 3 ระยะด้วยกัน หากพบในช่วงแรกๆ ก็สามารถรักษาให้หายก่อนจะเป็นระยะสุดท้ายได้ อาการคือจะเกิดผื่นหรือแผลตามผิวหนัง ในแต่ละระยะจะมีอาการดังนี้

♦ ระยะที่ 1 อาการจะปรากฎในช่วง 2 – 4 สัปดาห์

– ผู้ชายจะรู้สึกเจ็บปวดและมีแผลที่อวัยวะเพศขณะกำลังเริ่มติดเชื้อในร่างกาย

– อาจมีแผลที่บริเวณริมฝีปาก ต่อมทอนซิล หรือมือ ทั้งนี้ มันจะหายไปหลังจาก 2 – 6 สัปดาห์

♦ ระยะที่ 2 เริ่มพัฒนาหลังระยะแรกประมาณ 1 – 3 เดือน

– เกิดผื่นล้ายตุ่มนูนบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า อวัยวะเพศ ช่องคลอด หรือทางทวารหนัก แต่ไม่มีอาการคันตามผิวหนัง

– มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ปวดหัว มีไข้ เหนื่อยง่าย น้ำหนักลด ผมร่วง เป็นต้น

♦ ระยะที่ 3 ระยะสงบ

ในระยะนี้จะไม่สามารถเห็นอาการที่แสดงออกมาได้อย่างชัดเจน แต่จะยังมีเชื้ออยู่ในร่างกายซึ่งรับรู้ได้ผ่านการตรวจเลือด อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่หัวใจ สมอง เส้นประสาท และรุนแรงจนถึงขั้นอัมพาต หูหนวก เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ รวมถึงเสี่ยงต่อการเสียชีวิต

 

 

6. ตัวโลน (Pubic Lice หรือ Crabs)

แม้จะไม่ใช่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่ก็สามารถติดกันผ่านการสัมผัสร่างกายกันอย่างใกล้ชิด ตัวโลนมักอาศัยอยู่บริเวณขนหัวหน่าว ขนรักแร้ ขนบนใบหน้า รวมถึงผ่านการใช้ผ้าเช็ดตัว หรือผ้าปูที่นอน อาการที่ต้องระวังผ่านตัวโลนมีดังนี้

– มีอาการการคัน ระคายเคืองและการอักเสบบริเวณอวัยวะเพศ

– จุดสีฟ้า หรือจุดเลือดเล็กๆ บนผิวหนัง

– ถุงอัณฑะเป็นสีขาว

– ผงสีดำๆ บริเวณชุดชั้นในจากตัวโลน

 

 

7. ภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย (Bacterial Vaginosis)

เป็นภาวะที่ทำให้เกิดอาการตกขาวได้บ่อยที่สุดในผู้หญิง แม้จะไม่ใช่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยตรง แต่อาการตกขาวที่ผิดปกติเช่น ตกขาวเป็นสีเทา มีกลิ่นคาว หรือมีลักษณะเป็นน้ำ ก็อาจทำให้เกิดความเสี่ยงแท้งบุตรขณะตั้งครรภ์ได้

 

 

8. โรคไวรัสตับอักเสบ (Hepatitis)

ไวรัสตับอักเสบมีหลายชนิด แต่ชนิดที่ติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์คือไวรัสตับอักเสบบี สามารถติดต่อกันได้ผ่านทางเลือด น้ำอสุจิ หรือของเหลวภายในช่องคลอด ไม่มีการรักษาที่เฉพาะเจาะจง และมักจะหายไปภายในไม่กี่เดือน แต่บางครั้งก็ทำให้เกิดโรคตับอักเสบบีเรื้อรังได้

แม้จะไม่มีอาการที่แสดงออกมามากนัก แต่สัญญาณทางร่างกายที่พบได้บ่อยคือมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ รู้สึกไม่สบายตัวและตัวเหลือง เป็นต้น

 

 

9. โรคหูดหงอนไก่ (Genital Warts)

อาการที่เห็นได้ชัดคือติ่งเนื้อลักษณะขรุขระ ไม่มีอาการเจ็บและไม่ส่งผลอันตรายต่อสุขภาพ มันเกิดจากเชื้อไวรัสฮิวแมน แปปิโลมาไวรัส (Human PapillomavirusHPV) แต่ไม่ใช่ทุกคนที่มีไรวัสจะมีหูดเสมอไป

โดยเชื้อไวรัสจะแพร่กระจายโดยการสัมผัสทางผิวหนัง แต่ไม่มีอาการเจ็บปวด บริเวณที่สามารถเกิดหูดมีดังนี้

– บริเวณปากมดลูก

– ข้างในช่องคลอด

– ข้างในทวารหนัก

– บริเวณอวัยวะเพศ

– ขาอ่อน

– ข้างในท่อปัสสาวะชาย

– บริเวณถุงอัณฑะ เป็นต้น

 

 

10. โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis)

ถึงแม้จะไม่ใช่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่ก็เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้บ่อยกับผู้หญิงที่มีช่องคลอด รวมไปถึงผู้ชายที่มีอวัยวะเพศชายด้วยเช่นกัน มักจะเกิดขึ้นหลังการมีเพศสัมพันธ์ อาการของโรคนี้ได้แก่

– รู้สึกปวดปัสสาวะมากๆ แต่มีปริมาณปัสสาวะออกมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

– ปวดแสบปวดร้อนที่อวัยวะเพศขณะปัสสาวะ

– ปวดบริเวณเหนือหัวหน่าว หรือบริเวณหน้าท้องด้านล่าง

– ปัสสาวะมีสีเข้ม และมีกลิ่นเหม็น

– มีเลือดออกมาในปัสสาวะ

– รู้สึกไม่สบาย อ่อนแอ หรืออาจมีไข้

 

อย่าลืมสำรวจร่างกายของตัวเองกันด้วยนะคะ!

ป้องกันด้วยการสวมถุงยางอนามัย ดีกว่าเกิดโรคแล้วต้องรักษาจริงๆ ?

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวเมษา

ที่มา: cosmopolitan

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

241 shares
ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments
เหมียวเมษา

เหมียวฝึกหัด

Choose A Format
Story
Formatted Text with Embeds and Visuals
Image
Photo or GIF
Ranked List
Upvote or downvote to decide the best list item
Open List
Submit your own item and vote up for the best submission
Poll
Voting to make decisions or determine opinions