กลายเป็นข่าวที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ของโรงพยาบาลในสหรัฐอเมริกาไปเสียแล้ว เมื่อในวันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2019 ที่ผ่านมา ได้มีการฟ้องร้องครั้งใหญ่ต่อโรงพยาบาลโกเชน ในรัฐอินดีแอนา

 

 

ชนวนในการฟ้องร้องในครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อทางโรงพยาบาลได้กระทำการผิดพลาดในขั้นตอนการรักษาความสะอาดและฆ่าเชื้อเครื่องมือ ซึ่งอาจนำไปสู่การที่ทีมแพทย์ใช้เครื่องมือที่ปนเบื้องในการผ่าตัด และทำให้มีคนไข้มากกว่า 1,000 คนของโรงพยาบาล ที่ต้องเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ C ไวรัสตับอักเสบ B และโรค HIV

คนไข้ที่ได้รับความเสี่ยงในการติดไวรัสทั้งสามชนิดนี้ ได้แก่คนไข้ที่เข้าทำการรักษาตัวในโรงพยาบาลตั้งแต่ช่วงวันที่ 1 เมษายน ถึง 30 กันยายน ค.ศ. 2019 ซึ่งในปัจจุบันทางโรงพยาบาลสามารถระบุตัวได้แล้ว 1,182 ราย

 

 

อ้างอิงจากรายงานข่าวที่ออกมา โรงพยาบาลได้มีการออกมาเปิดเผยว่าภายในโรงพยาบาลนั้นมี “ช่องว่างระหว่างความปลอดภัย” ในการรักษาความสะอาดของเครื่องมือเกิดขึ้น ซึ่งทำให้ในการรักษาผ่าตัดบางครั้งเครื่องมือจะไม่ได้ถูกฆ่าเชื้อมาก่อน

พวกเขาบอกว่าด้วยลักษณะการผ่าตัดส่วนใหญ่ ความเสี่ยงที่อุปกรณ์ของโรงพยาบาลจะปนเปื้อน และทำให้ผู้ป่วยติดเชื้อจริงๆ นั้น จะมีอยู่ไม่สูงมาก แต่เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางโรงพยาบาลก็ได้เปิดให้คนไข้ทั้งหมดที่มีรายชื่อสุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อ สามารถเข้ารับการตรวจหาไวรัสกับโรงพยาบาลได้ฟรี

 

 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทางโรงพยาบาลจะมีการออกมาให้ความรับผิดชอบกับบเรื่องที่เกิดขึ้น มันก็ยังคงมีผู้ป่วยไม่น้อยอยู่ดีที่ไม่พอใจกับความประมาทเลินเล่อของโรงพยาบาล

ดังนั้นคุณ Linda Gierek หนึ่งในผู้เสียหายจึงได้เป็นโจทก์นำทีมผู้ป่วยของโรงพยาบาล เข้าฟ้องร้องต่อศาลสูงของเทศมณฑลเอลก์ฮาร์ต และมีเป้าหมายที่จะดำเนินการเอาผิดกับผู้รับผิดชอบให้ถึงที่สุดต่อไป

 

ที่มา goshennews, livescience, cnn

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์