นับตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่รัฐแทสเมเนียของออสเตรเลียได้เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญขึ้น เมื่อในพื้นที่ได้เกิดเหตุวาฬครีบยาวจำนวนกว่า 450 ตัว ถูกพบขึ้นมาเกยตื้นอยู่ที่ชายฝั่งทางตะวันตกของรัฐ

 

 

และทำให้เหตุการณ์ในครั้งนี้ อาจกลายเป็นการเกยตื้นครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่ออสเตรเลียเคยพบมา ทำลายสถิติเก่าซึ่งมีจำนวนวาฬ 320 ตัวในปี 1996 แบบไม่เห็นฝุ่น

“มันน่าจะพูดได้เต็มปากว่า นี่อาจเป็นการเกยตื้นอันดับสามหรือสี่ของโลกเลย” คุณ Karen Stockin รองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยแมสซี่กล่าว

 

 

อ้างอิงจากเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย เหตุการณ์การเกยตื้นครั้งใหญ่ในครั้งนี้ ถูกพบเห็นเป็นครั้งแรกเมื่อวันจันทร์ที่ 21 กันยายน ค.ศ. 2020 ที่ผ่านมา ในระหว่างการสำรวจชายหาด

โดยในเวลานั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้พบวาฬ 270 ตัวขึ้นมาเกยตื้นในพื้นที่ชายหาด 3 แห่ง ก่อนที่ต่อมาการสำรวจโดยเฮลิคอปเตอร์จะพบวาฬอีกร่วม 200 ตัว ซึ่งส่วนมากอยู่ในสภาพที่ตายไปแล้ว

เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้กำลังคนร่วม 60 คนในการช่วยเหลือวาฬที่ยังรอดชีวิตอยู่ให้กลับลงน้ำได้

 

 

“เรามุ่งเน้นไปที่สัตว์ที่ยังมีชีวิตอยู่” คุณ Nic Deka หนึ่งในเจ้าหน้าที่กู้ภัยกล่าว “จริงอยู่ว่าจำนวนวาฬที่เสียชีวิตกำลังค่อยๆ เพิ่มขึ้น แต่ก็มีวาฬจำนวนมากที่ยังมีชีวิตอยู่ และเราจะดำเนินการช่วยเหลือพวกมันต่อไปตราบที่ยังมีหวัง”

ซึ่งจนถึงในปัจจุบัน ได้มีการรายงานว่าวาฬอย่างน้อยๆ 50 ตัว สามารถกลับลงสู่ทะเลแล้ว แม้จะมีวาฬบางตัวกลับมาเกยตื้นอีกครั้งจากกระแสน้ำรุนแรงก็ตาม

 

 

เมื่อสอบถามเหตุผลที่วาฬจำนวนมหาศาลเช่นนี้ขึ้นมาเกยตื้นกับนักวิทยาศาสตร์ พวกเขาก็บอกว่านี่เป็นเหตุการณ์ที่อาจจะมีเหตุผลมาจากปัจจัยได้หลายอย่าง

ไม่ว่าจะเป็นการที่วาฬนำฝูงมาผิดทาง การที่วาฬหนีจากบางอย่างมาจากในทะเล หรือแม้แต่เนื่องจากคลื่นเสียงสะท้อนใต้น้ำอาจไม่สามารถตรวจจับแนวชายฝั่งในน้ำตื้นได้

ไม่ว่าจะเพราะอะไร ในท้ายที่สุดการที่วาฬขึ้นมาเกยตื้นนั้น โดยมากแล้วก็มักจะเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถหาเหตุผลที่ชัดเจนได้นักอยู่ดี

 

 

ดังนั้น สิ่งที่เราจะทำได้ในเวลานี้ ก็คงมีเพียงการช่วยเหลือพวกมันที่ยังรอดชีวิตอยู่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เท่านั้น

 

ที่มา livescience, npr, bbc และ reuters

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...