เชื่อว่าหลายคนคงจะทราบกันว่าปัญหาขยะพลาสติกในปัจจุบันนั้นทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกวัน และปริมาณพลาสติกในทะเลเองก็มีแต่จะมากขึ้นแบบไม่มีหยุด

 

 

แต่เชื่อกันหรือไม่ว่าปัญหาพลาสติกในทะเลนั้น แท้จริงแล้วอาจจะเป็นอะไรที่รุนแรงยิ่งกว่าที่เราคาดการไว้อีกก็ได้ นั่นเพราะเมื่อล่าสุดนี้เอง ภายในงานวิจัยชิ้นใหม่ที่ได้ตีพิมพ์ในวารสาร Science นักวิทยาศาสตร์ได้ออกมาบอกว่า

ภายในปี 2030 โลกของเราอาจจะมีขยะพลาสติกมากถึง 53 ล้านตัน ถูกทิ้งลงในแหล่งน้ำต่างๆ อย่างแม่น้ำ บึง หรือท้องทะเลทั่วโลก แม้ในปัจจุบันเราจะมีความพยายามลดการใช้พลาสติกกันแล้วก็ตาม

 

 

“แม้ว่ารัฐบาลทั่วโลกจะปฏิบัติตามพันธสัญญา และประเทศมากมายก็เริ่มข้าร่วมในการควบคุมมลพิษจากพลาสติกแล้ว โลกก็ยังอาจจะมีการปล่อยพลาสติกสู่แม่น้ำ และมหาสมุทร มากถึง 53 ล้านตันต่อปี ในปี 2030 อยู่ดี”

คุณ Stephanie Borrelle ผู้นำทีมวิจัยกล่าว

“ตัวเลขนี้มันมากกว่าปริมาณพลาสติก 8 ล้านตันต่อปี ที่ในปี 2015 เราเคยบอกว่ามากจนยอมรับไม่ได้หลายขุมเลย”

 

 

จากงานวิจัย ในปัจจุบันเรากำลังมีขยะพลาสติกถูกทิ้งลงแหล่งน้ำอยู่ที่ราวๆ 24-34 ตันต่อปี และยังคงมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่มีหยุด เนื่องจากการลดการใช้พลาสติกของเรายังคงไม่มากพอที่จะทำให้เกิดผลกระทบ

อ้างอิงจากนักวิทยาศาสตร์ด้วยการเติบโตของธุรกิจพลาสติกในปัจจุบัน มนุษย์จะต้องการใช้ลดพลาสติกระหว่าง 25%-40% และเก็บขยะพลาสติกอีกอย่างน้อย 40% ของพลาสติกทั้งหมดที่ปล่อยออกมาเพื่อแก้ปัญหานี้

 

 

“เพื่อให้ตัวเลขเห็นได้ชัดขึ้น แค่การเก็บขยะที่กล่าวมาเราจะต้องมีคนอย่างน้อย 1 พันล้านคนที่เข้าร่วมในการทำความสะอาดชายฝั่งนานาชาติประจำปีของ Ocean Conservancy” คุณ Stephanie กล่าว

“ซึ่งนั่นหมายความว่าเราจะต้องมีงานเก็บขยะที่ใหญ่กว่าเมื่อปี 2019 ประมาณ 660 เท่าเพื่อให้ปริมาณขยะในโลกของเราลดลงนั่นเอง”

 

International Coastal Cleanup 2011 in Jamaica.

 

ที่มา utoronto, foxnews และ sciencemag

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...