เด็กชายวัย 7 ขวบ ยอมทิ้งทริปดิสนีย์เวิล์ด เพื่อพบชายที่บริจาคไขกระดูกให้เขา


เด็กๆ เป็นวัยที่ตื่นเต้นกับการได้เที่ยวเล่น รักความสนุกสนาน จนบางครั้งเราก็มักเห็นว่า (หรือเคยเป็นเหมือนกัน) เด็กๆ ลืมเลือนหน้าที่ที่ต้องทำเพราะมัวแต่เที่ยวเล่น

แต่กับเด็กอีกหลายๆ คนบังเอิญเกิดมาพร้อมความเสี่ยงที่อาจไม่มีโอกาสได้เที่ยวเล่นอาจจะมองโลกแตกต่างออกไป และพวกเขาก็อาจทำให้เรารู้สึกทึ่งได้ไม่น้อยทีเดียว

 

 

เมื่อปี 2012 เด็กชาย Gabriel Smith ชาวรัฐอิลลินอยส์ เกิดมาพร้อมกับอาการป่วยที่เกือบคร่าชีวิตเขาไป (คาดว่าเป็นโรคโลหิตจางจากไขกระดูกฝ่อ) หลังเกิดมาเขาต้องรับการถ่ายเลือดและถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเด็กทันที

และตลอดขวบแรก Gabriel ก็ยังคงต้องถ่ายเลือดอยู่เป็นประจำ จนในที่สุดแพทย์ผู้ดูแลก็พิจารณาว่าเด็กน้อยต้องได้รับการปลูกถ่ายไขกระดูกเพื่อรักษาโรคที่เป็นอยู่

 

 

คนในครอบครัวและชุมชนแถวบ้านต่างก็พากันเข้ารับการทดสอบว่าไขกระดูกของพวกเขาเข้ากับ Gabriel หรือไม่ แต่โชคร้ายที่ไม่มีไขกระดูกของคนไหนเข้ากับเขาได้เลย…

แต่ในปี 2013 พวกเขาก็พบกับไขกระดูกที่เข้ากับ Gabriel จนได้ เจ้าของไขกระดูกคนนั้นมีชื่อว่า Dennis Gutt เป็นเด็กหนุ่มวัย 19 ปี จากประเทศเยอรมนี

ในขณะนั้นทางโรงพยาบาลบอกข้อมูลผู้บริจาคได้เพียงแค่ว่าเป็นเพศชาย อายุ 19 ปี จากประเทศในยุโรป พวกเขาไม่รอช้าปลูกถ่ายไขกระดูกนั้นให้กับ Gabriel ในปีเดียวกัน ตอนนั้นเขาอายุเพียง 14 เดือนเท่านั้น

 

 

การปลูกถ่ายผ่านไปอย่างราบรื่น ทำให้เด็กชาย Gabriel รอดชีวิตจากโรคร้ายที่อาจพรากเขาไปจากโลกตลอดกาล และหลังจากนั้น 2 ปี ครอบครัว Smith ถึงได้ทราบชื่อของผู้บริจาคไขกระดูก

ครอบครัวจึงติดต่อหา Dennis ผ่านทางเฟซบุ๊กเมื่อปี 2015 และติดต่อกันเรื่อยมาจนปัจจุบัน จนกระทั่งทาง มูลนิธิ Make-A-Wish Illinois ได้ถามไถ่เด็กชายถึงความปรารถนาของเขา

เด็กชายตอบว่า เขาอยากจะพา Dennis ไปเที่ยวดิสนีย์เวิล์ด แต่พอบอกให้น้องเลือกได้แค่อย่างเดียวว่า จะไปดิสนีย์เวิล์ดหรือพบกับ Dennis เด็กน้อยก็ตอบว่า “ผมอยากเจอคนบริจาค” โดยไม่ลังเล

 

 

Make-A-Wish Illinois จึงจัดทริปเชิญให้ Dennis บินจากเยอรมนีมายังสหรัฐอเมริกาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เขามาพักอยู่กับครอบครัว Smith ใช้เวลาทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยกันมากมาย

ส่วนตัว Dennis เองได้กล่าวว่า เขาบริจาคไขกระดูกตัวเองไปตอนอายุ 18 ปี แล้วก็ไม่รู้เลยว่ามันถูกนำไปใช้ต่อชีวิตให้กับเด็กชาย จนกระทั่งครอบครัว Smith ติดต่อมาหาทางเฟซบุ๊ก

“ผมช่วยชีวิตใครคนหนึ่งเอาไว้ ด้วยการบริจาคบางอย่างในร่างกายที่จะผลิตขึ้นมาใหม่หลังจากนั้นไม่กี่สัปดาห์ ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ ครับ”

 

 

หลังจากได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวของ Gabriel อยู่หลายวัน ทั้งไปทานอาหารร้านโปรดของครอบครัว ไปเที่ยวที่ต่างๆ ในเมือง ไปดูเบสบอลด้วยกันที่สนามแข่ง

Gabriel บอกว่าสิ่งที่ดีที่สุดของสัปดาห์นั้นก็คือ เขาได้พบกับฮีโร่ของเขาและได้ทำอะไรด้วยกันมากมาย ส่วน Dennis เองก็บอกว่า…

“มันเหมือนมีเชือกที่มองไม่เห็น ผูกพันคุณเอาไว้กับครอบครัวที่อยู่ห่างออกไปอีกซีกโลก ผมรู้สึกตั้งแต่วินาทีแรกเลยว่า ผมเป็นครอบครัวเดียวกับพวกเขา”

 

 

“เราผูกพันกันทันทีและผมก็หวังว่ามันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป นั่นคือความปรารถนาของผมครับ”

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวม่วง

ที่มา ABCNews และ CNN

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments
เหมียวม่วง

เหมียวฝึกหัด

Choose A Format
Story
Formatted Text with Embeds and Visuals
Image
Photo or GIF
Ranked List
Upvote or downvote to decide the best list item
Open List
Submit your own item and vote up for the best submission
Poll
Voting to make decisions or determine opinions