แนวคิดเรื่องการช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่มีสิ่งตอบแทนนั้น สำหรับหลายๆ คนแล้วคงจะเป็นแนวคิดที่จะเกิดขึ้นได้แค่ในหมู่มนุษย์ก็เท่านั้น นั่นเพราะการกระทำที่ซับซ้อนแบบนี้ ตามปกติแล้วไม่น่าจะเป็นสิ่งที่สัตว์ชนิดอื่นๆ เลือกที่จะทำเลย

แต่ดูเหมือนว่าจากเรื่องราวที่ไม่น่าเชื่อนี้ก็จะเกิดขึ้นจริงๆ กับสัตว์ปีกอย่างนกแก้วเสียแล้ว เพราะเมื่อล่าสุดนี้เอง ทีมนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันมักซ์พลังค์ในเยอรมนีได้ทำการทดลองกับนกแก้วและพบว่า สัตว์ชนิดนี้เอง ก็มีการช่วยเหลือเพื่อนโดยไม่หวังอะไรตอบแทนเช่นกัน

 

 

ในการทดลองครั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการทดลองนำนกแก้วสีเทาแอฟริกัน (Psittacus erithacus) จำนวน 8 ตัว (ตัวเมีย 6 ตัว และตัวผู้ 2 ตัว) ไปขังไว้ในกรงแบบพิเศษที่ทำจากกระจกใสที่มีเชื่อกันผ่านรูที่ใหญ่พอที่นกจะรอดผ่านออกมาได้แค่เพียงศีรษะเท่านั้น

โดยกรงของงานวิจัยในครั้งนี้ จะออกแบบมาให้นกตัวหนึ่งส่งวงแหวนให้นกอีกตัวก่อนที่ วงแหวนจะถูกแลกเปลี่ยนเป็นอาหารอีกที อย่างไรก็ตามในขั้นตอนการแลกวงแหวนจะมีนกเพียงตัวเดียวที่ได้กินอาหาร (ตัวที่รับเหรียญมาแลกอาหาร) ซึ่งหมายความว่านกตัวแรกจะไม่ได้อะไรตอบแทนเลย

 

วิดีโอการทดลองในครั้งนี้จาก Smithsonian Magazine

 

การทดลองในรูปแบบนี้ ตามปกติแล้วควรจะจบลงที่สัตว์ตัวแรกไม่ยอมหยิบวงแหวนขึ้นมาเสียด้วยซ้ำ อ้างอิงจากการทดลองแบบเดียวกันกับนกมาคอว์สีน้ำเงิน แต่สำหรับนกแก้วสีเทาแอฟริกัน พวกมันกลับมีการช่วยเพื่อนเสมอๆ แม้ตัวเองไม่ได้อะไรเลยก็ตาม

เท่านั้นยังไม่พอในกรณีที่ช่องรับอาหารของเพื่อนถูกปิด หรือไม่มีคู่อยู่ในกรงอีกด้าน นกแก้วสีเทาแอฟริกัน ก็ยังมีการส่งวงแหวนผ่านรูน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดเลยด้วย ซึ่งเป็นหลักฐานที่ดีว่าพวกมันส่งวงแหวนให้เพื่อนเพราะเข้าใจว่าเพื่อนจะได้อาหารจริงๆ

 

 

นักวิทยาศาสตร์คาดว่าการกระทำในรูปแบบนี้ของนกแก้วสีเทาแอฟริกัน อาจจะมาจากความแตกต่างของพฤติกรรมทางสังคมของนกสายพันธุ์นี้ก็เป็นได้ เนื่องจากพวกมันจะมีการกระทำแบบนี้ “เฉพาะ” เวลาที่มันเห็นนกอีกตัวต้องการความช่วยเหลือเท่านั้น

นี่นับว่าเป็นผลการวิจัยที่น่าสนใจเอามากๆ เลยก็ว่าได้ และมันก็แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนมากว่านกบางชนิดนั้น มีความซับซ้อนของพฤติกรรมทางสังคมกว่านกสายพันธุ์อื่นๆ เป็นอย่างมาก

 

 

ดังนั้น นักวิทยาศาสตร์จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคตพวกเขาจะได้ทำการวิจัยแบบนี้ กับนกแก้วสายพันธุ์อื่นๆ เพื่อยืนยันพฤติกรรมที่น่าสนใจเช่นนี้ต่อไป

 

ที่มา gizmodo, smithsonianmag และ cnn

Advertisement

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์