ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) คือหนึ่งในก๊าซมลพิษทางอากาศหลักๆ ที่เกิดจากการใช้รถบนท้องถนน รวมไปถึงโรงงานต่างๆ แถมมันยังเป็นสารตั้งต้นตัวสำคัญของฝุ่น PM 2.5 อีกด้วย

และล่าสุดทาง องค์การนาซา (NASA) ก็ได้ออกมาเผยภาพถ่ายดาวเทียมอันน่าทึ่ง หลังพวกเขาพบว่ามลพิษทางอากาศในประเทศจีน ลดลงจากเดิมเยอะมาก

 

ภาพแสดงปริมาณ NO2 ในอากาศ ช่วงต้นปีที่ผ่านมา

 

ที่เห็นนั้นคือภาพเปรียบเทียบช่วงวันที่ 1-20 มกราคม 2020 (ด้านซ้าย) กับ 10-25 กุมภาพันธ์ 2020 (ด้านขวา) ซึ่งเราจะเห็นว่าภาพด้านขวานั้นปริมาณของมลพิษทางอากาศลดลงไปจนอยู่ในระดับที่เบาบางมากๆ

แต่ถ้าเพื่อนๆ ยังไม่เห็นถึงความแตกต่างล่ะก็ งั้นเราลองไปดูภาพต่อไปกันดีกว่า ซึ่งภาพต่อไปนั้นคือการเปรียบเทียบปริมาณมลพิษทางอากาศในช่วงต้นปี 2019 (แถวบน) กับ ช่วงต้นปี 2020 (แถวล่าง)

 

คราวนี้เราจะเห็นถึงความแตกต่างได้อย่างสิ้นเชิง

 

ในช่วงเวลาเดียวกันทำไมปริมาณมลพิษทางอากาศถึงได้แตกต่างกันมากขนาดนั้น? เหตุผลของสิ่งที่เกิดขึ้นนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นเรื่องตลกร้าย เพราะสิ่งที่ทำให้มลพิษทางอากาศลดลงก็คือการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19

Fei Liu นักวิจัยคุณภาพอากาศขององค์การนาซา กล่าวว่านี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นปริมาณมลพิษทางอากาศลดลงจากเดิมมากขนาดนี้ ประมาณว่าจากหน้ามือเป็นหลังเท้าอย่างนั้นเลย

เธอยังอธิบายด้วยว่านี่เป็นผลมาจากการแพร่ระบาดอย่างหนักของไวรัส COVID-19 ในประเทศจีน เพราะสิ่งนั้นได้ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ออกจากบ้านไปไหนมาไหน

 

 

เมื่อประชาชนไม่ออกจากบ้าน รถราที่วิ่งตามท้องถนนก็แทบไม่หลงเหลือให้เห็น โรงงานต่างๆ พากันปิดตัวชั่วคราวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ทำให้ไม่มีการปล่อยมลพิษทางอากาศออกมา

เพราะอย่างนั้นมันถึงฟังดูเป็นเรื่องตลกร้ายที่ว่า ไวรัสที่สร้างความวิตกกังวลให้กับคนทั่วโลกนั้นกลับกลายเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้มลพิษทางอากาศในประเทศจีนกลับมาอยู่ในระดับที่ดีได้

อย่างไรก็ตาม Fei ก็บอกว่าจากสถิติที่เกิดขึ้นในปี 2008 การที่ระดับปริมาณมลพิษทางอากาศลดลงนั้น มันยังแสดงให้เห็นถึงภาวะถดถอยทางด้านเศรษฐกิจอีกด้วย ซึ่งเชื่อว่าต้นปีนี้ประเทศจีนก็คงต้องประสบกับปัญหาดังกล่าว

 

 

แม้อาจฟังดูเป็นเรื่องที่ดีที่ระดับมลพิษทางอากาศลดลงจากเดิมมาก แต่หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสยังไม่ดีขึ้น ผลกระทบที่ตามมาในประเทศจีนนั้นอาจยิ่งเลวร้ายไม่ต่างอะไรกับการต้องเผชิญกับมลพิษทางอากาศเลย

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวตะปู

ที่มา: BBC , Independent , LadBible , Axios

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์