ก่อนหน้านี้ #เหมียวตะปู ได้นำเสนอเกี่ยวกับภาพถ่ายดาวเทียมที่เปรียบเทียบให้เห็นว่า ระดับมลพิษทางอากาศในประเทศจีน และอิตาลีนั้น ลดลงจากเดิมไปอย่างมาก ชนิดที่ว่าเป็นความแตกต่างที่เห็นได้อย่างชัดเจน

อ่านข่าวเก่าได้ที่ลิงก์: NASA เผยภาพ “มลพิษทางอากาศในจีนลดฮวบ” เพราะไวรัส COVID-19 ผู้คนอยู่แต่ในบ้าน

ปัญหามลพิษทางอากาศในอิตาลี “ลดลงอย่างเห็นได้ชัด” หลังการแพร่ระบาดของ COVID-19

 

.

 

โดยภาพที่เราเห็นนั้นก็เป็นผลลัพธ์มาจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่ส่งผลทำให้ผู้คนต้องกักตัวอยู่แต่ในบ้าน การปิดตัวชั่วคราวของโรงงานอุตสาหกรรม และจำนวนการใช้รถที่น้อยลงจากเดิม

ล่าสุด นักวิจัยในสหรัฐอเมริกาก็ออกมาให้ข้อมูลแล้วว่า ผลลัพธ์เดียวกันนี้กำลังเกิดขึ้นกับรัฐนิวยอร์ก หลังจากที่ผู้คนจำนวนมากเริ่มที่จะกักตัวกันแล้ว

 

 

ทีมนักวิจัยดังกล่าวเผยถึงการเก็บข้อมูลล่าสุดในวันที่ 19 มีนาคม 2020 ที่ผ่านมา ระบุว่าระดับ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) ในรัฐนิวยอร์กนั้นลดลงไปกว่า 50% เมื่อเทียบกับเมื่อปี 2019

ระดับการจราจร การใช้รถรายังลดลงจากเดิมถึง 35% ส่งผลให้การปล่อยก๊าซ CO ที่มักจะมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงของยานพาหนะหรือรถบรรทุกนั้นลดลงไปอีกราวๆ 5-10%

 

ระดับการปล่อยก๊าซมีเทนเองก็ลดลงไปด้วยเช่นเดียวกัน

 

ศาสตราจารย์ Róisín Commane จากมหาวิทยาลัยโคลอมเบีย กล่าวถึงระดับมลพิษทางอากาศที่ลดลงนี้ว่า…

“ระดับก๊าซ CO ที่สูงมากในรัฐนิวยอร์กนั้นเคยอยู่ในอันดับต้นๆ ของโลกเมื่อปีก่อน ขณะเดียวกันในปีนี้อากาศกลับบริสุทธิ์ที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาเลย เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคมในปีก่อนๆ ที่ผ่านมาแล้ว”

ทีมวิจัยยังกล่าวอีกว่า หากผู้คนยังคงกักตัวอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ ในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ ระดับของก๊าซ CO ในอากาศนั้นก็คงจะต่ำที่สุดในรอบหลายปี นับตั้งแต่ช่วงวิกฤตทางการเงินเมื่อ 10 กว่าปีก่อน

 

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ทีมวิจัยเป็นกังวลก็คือ หากการแพร่ระบาดของ COVID-19 สิ้นสุดลงเมื่อไหร่ มลพิษทางอากาศนั้นก็คงจะพุ่งกลับขึ้นไปอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวตะปู

ที่มา: Crain’s NewYork , BBC , Unilad

Advertisement

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์