เรื่องราวของคุณแม่ ที่ใช้ความสูญเสียเป็นแรงผลักดันในการทำเพื่อผู้อื่น…

 

ขอแนะนำให้ทุกท่านรู้จักกับ Alexis Marrino หญิงสาวผู้ ‘เกือบ’ จะได้เป็นแม่คน แต่ทว่าเหมือนโชคชะตาเล่นตลกกับเธอ

ในวันที่เธอไปตรวจเพศของลูกที่อยู่ในท้อง เธอก็ได้รับทราบข่าวร้ายจากคุณหมอว่า ลูกที่อยู่ในท้องของเธอ อาจจะไม่สามารถรอดชีวิตลืมตาขึ้นมาดูโลกใบนี้ได้…

 

 

แต่ถึงอย่างนั้น คุณแม่ Alexis ก็เลือกที่จะอุ้มท้องเด็กคนนี้ จนกระทั่งถึงวันที่เด็กคลอดออกมา ด้วยความหวังที่ว่า ‘มันจะต้องมีปาฏิหาริย์’

และแล้วเจ้าหนูน้อยชื่อว่า McKinleigh Jade ก็ได้ลืมตาสู่โลกใบนี้ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2019 เวลา 11.49 น. พร้อมกับความผิดปกติทางร่างกายแต่กำเนิดที่เรียกว่า Anencephaly

 

 

จากความผิดปกตินั้น ทำให้หนูน้อย Jade ไม่มีสมองและกะโหลกศีรษะบางส่วน คุณแม่ Alexis และสามีได้อุ้มเธอไว้ในอ้อมอก

ก่อนที่ในเวลา 12.59 น. ของวันเดียวกัน นางฟ้าตัวน้อยจะลาจากโลกใบนี้ไป แล้วขึ้นสู่สรวงสวรรค์

 

 

“ความรู้สึกที่ได้สัมผัสกับความอบอุ่นจากร่างกายเล็กๆ ของเธอ มันเป็นอะไรที่แสนวิเศษมากๆ” คุณแม่ Alexis กล่าว

และนี่ยังไม่ใช่จุดจบของเรื่องราวนี้ จากความรู้สึกนั้นทำให้คุณแม่ Alexis เข้าใจถึงความอบอุ่นของความเป็นแม่ เธอจึงตัดสินใจที่จะปั๊มนมของตัวเองและนำมันไปบริจาคให้กับเด็กคนอื่นๆ ที่ต้องการ

“ฉันรู้ว่าฉันไม่สามารถช่วยชีวิตของ Jade ได้ แต่อย่างน้อย ฉันก็สามารถช่วยเด็กตัวเล็กๆ คนอื่นๆ ได้อีกมากมาย” คุณแม่ Alexis กล่าว

หลังจากนั้น 1 เดือนหลังจากที่หนูน้อย Jade ได้จากไป คุณแม่ Alexis ก็ตั้งหน้าตั้งตานั่งปั๊มนม จนได้น้ำนมแม่ปริมาณมากกว่า 1,130 ออนซ์ บรรจุอยู่ในขวดนมขนาด 8 ออนซ์ กว่า 140 ขวด!!

 

 

อาจจะฟังดูเป็นเรื่องง่ายสำหรับใครหลายๆ คน แต่ทว่าสิ่งที่เธอเผชิญมาก่อนหน้านี้ มันช่างบั่นทอนจิตใจของเธอเหลือเกิน

“มันมีช่วงเวลาที่ฉันนั่งร้องไห้ระหว่างที่ปั๊มนม มันมาจากความคิดที่ว่า ‘มันไม่ยุติธรรมเอาซะเลย ฉันจะทำแบบนี้เพื่อลูกของคนอื่น แทนที่จะเป็นลูกของฉันเองงั้นเหรอ?'”

“แต่ฉันก็ยังทำต่อไป ทำต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมันสำเร็จ ฉันอยากจะทำให้ลูกสาวของฉัน Jade รู้สึกภาคภูมิใจ แม้ว่าเธอจะไม่อยู่บนโลกนี้แล้วก็ตาม”

น้ำนมของคุณแม่ Alexis จะถูกนำไปบริจาคเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ อีกมากมาย และช่วยเหลือคุณแม่ที่มีปัญหากับการให้นม

แม้ว่าชีวิตของหนูน้อย Jade จะสั้นนัก แต่เรื่องราวของเธอจะถูกเล่าต่อไปอีกนานแสนนาน ต้องขอขอบคุณคุณแม่ของเธอที่ทำมันสำเร็จนะ!!

 

ที่มา : Alexis Marrino, inspiremore

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์