งานวิจัยชี้ โลกจะอยู่ในภาวะ “ฤดูหนาวนิวเคลียร์” เป็นปีๆ หากสหรัฐฯ รบกับรัสเซียเต็มกำลัง


808 shares

ในช่วงเวลาที่ความขัดแย้งด้านอาวุธนิวเคลียร์มีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้นแบบในปัจจุบัน มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่หลายๆ ฝ่ายจะมีการออกมาคาดการกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นในกรณีที่สหรัฐฯ และรัสเซียสู้รบกันอย่างเต็มกำลังด้วยขีปนาวุธที่ตัวเองมี

 

 

แน่นอนว่าไฟจากการระเบิดและรังสีจากนิวเคลียร์ ย่อมทำให้ผู้คนนับล้านในเมืองเป้าหมายต้องบาดเจ็บล้มตายกันอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่หลายๆ คนอาจจะไม่ทราบกันนั้น คือนอกจากภัยพิบัติจากอาวุธนิวเคลียร์โดยตรงแล้ว หากสหรัฐฯ และรัสเซียสู้รบกันด้วยขีปนาวุธจริงๆ

โลกจะต้องพบกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดจาก “ฤดูหนาวนิวเคลียร์” (Nuclear winter) ไปอีกนานเป็นปีๆเลย

 

 

ข้อมูลสุดน่ากลัวชุดใหม่นี้ ถูกเปิดเผยออกมาเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ค.ศ. 2019 ในวารสาร Journal of Geophysical Research: Atmospheres โดยกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่ร่วมด้วยคุณ Alan Robock นักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมแห่งมหาวิทยาลัยรัทเกอร์ส

“ผู้คนคิดว่าอาวุธนิวเคลียร์เป็นเพียงระเบิดขนาดใหญ่” คุณ Robock กล่าว ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วสิ่งที่น่ากลัวของนิวเคลียร์ไม่ได้มีเพียงแค่ระเบิดเท่านั้น เพราะพายุเพลิงที่เกิดจากนิวเคลียร์จะทำให้เกิดควันจำนวนมาก ซึ่งจะลอยไปในทันบรรยากาศ บดบังแสงอาทิตย์และทำให้โลกตกอยู่ในสภาพคล้ายฤดูหนาวรุนแรง แม้จะอยู่กลางฤดูร้อนก็ตาม

 

 

อ้างอิงจากข้อมูลชุดใหม่นี้ ในกรณีที่สหรัฐฯ และรัสเซียสู้รบกันด้วยขีปนาวุธนิวเคลียร์ เขม่าจากเพลิงนิวเคลียร์ของทั้งสองฝั่งจะมากพอที่จะปิดบังแสงอาทิตย์เกือบทั้งโลกได้เป็นเวลานานหลายเดือนถึงหลายปี ส่งผลให้ฤดูการที่พืชจะเติบโตได้สั้นลงถึง 90% ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้ทั่วโลกตกอยู่ในภาวะความอดอยากอย่างแน่นอน

ฤดูหนาวนิวเคลียร์ที่เกิดขึ้นยังอาจส่งผลกระทบกับกระแสน้ำในมหาสมุทรและกระแสลมกรดในชั้นบรรยากาศของโลก แถมยังอาจทำให้เกิดปรากฏการณ์เอลนีโญที่ยาวนานถึง 7 ปี ซึ่งจะนำไปสู่ภัยแล้งหรือฝนตกชุกแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค ตอกย้ำภาวะความอดอยากที่เกิดจากการปลูกพืชไม่ขึ้นเข้าไปอีก

 

 

เท่านั้นยังไม่พอ ในกรณีที่คุณคิดว่า “ปลูกพืชไม่ขึ้นก็ไปจับปลาสิ” หากฤดูหนาวนิวเคลียร์เกิดขึ้นจริงๆ ความหลากหลายทางชีวภาพของมหาสมุทรก็จะหายไปเช่นกัน หลงเหลือไว้เพียงสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งจริงๆ เท่านั้นในทะเล ซึ่งมนุษย์อาจจะไม่สามารถทานได้

แถมนี้ยังไม่ใช่ปัญหาร้ายแรงที่สุดของเขม่าจากนิวเคลียร์อีกด้วย เพราะเขม่าเหล่านี้ยังอาจจะสามารถทำให้เกิดรูในชั้นโอโซนได้ ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้โลกต้องรับรังสีอัลตราไวโอเลตที่เป็นอันตรายกับมนุษย์โดยตรง เรียกได้ว่าต่อให้รอดจากแรงระเบิดของนิวเคลียร์มาได้ พวกเราก็มีโอกาสสูงมากที่จะตายเพราะผลกระทบของมันอยู่ดี

 

 

จริงอยู่ว่าเมื่อเทียบกับในช่วงสงครามเย็นซึ่งทั่วโลกมีอาวุธนิวเคลียร์อยู่กว่า 50,000 ลูกแล้ว ในปัจจุบันปริมาณของนิวเคลียร์ได้ลดลงไปกว่าครึ่งแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามแค่อาวุธนิวเคลียร์ในปัจจุบันโลกของเราก็เสี่ยงต่อฤดูหนาวนิวเคลียร์เป็นเวลานานแล้ว

ที่สำคัญคืองานวิจัยชิ้นนี้ยังไม่ได้นับรวมถึงอาวุธนิวเคลียร์ในประเทศอื่นๆ นอกจากสหรัฐฯ กับรัสเซีย และความเป็นไปได้ที่ว่าประเทศยักษ์ใหญ่ในโลกเอง ก็อาจจะกลับมาพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของตัวเองกันอีกครั้งด้วย

 

ที่มา livescience และ onlinelibrary

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

808 shares
ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments
Choose A Format
Story
Formatted Text with Embeds and Visuals
Image
Photo or GIF
Ranked List
Upvote or downvote to decide the best list item
Open List
Submit your own item and vote up for the best submission
Poll
Voting to make decisions or determine opinions