ขณะที่ COVID-19 กำลังแพร่ระบาด “การตัดไม้ทำลายป่าแอมะซอน” กลับยิ่งทวีความรุนแรง


‘ป่าแอมะซอน’ ถือว่าเป็นดั่ง “ปอดข้างหนึ่งของโลก” เนื่องจากมันเคยเป็นพื้นที่สีเขียวอันอุดมสมบูรณ์ที่กินพื้นที่กว่า 5,500,000 ตารางกิโลเมตร รับหน้าที่ดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศแล้วเปลี่ยนมันให้เป็นออกซิเจน

แต่รู้หรือไม่ว่า ในช่วงต้นปี 2020 ที่ผ่านมา ช่วงเวลาที่ผู้คนส่วนใหญ่กำลังวิตกกังวลกับการแพร่ระบาดของ COVID-19 ป่าแอมะซอนนั้นกลับกำลังค่อยๆ หายไป และมันยังทวีความรุนแรงมากกว่าปีก่อนๆ เสียด้วยซ้ำ

 

 

ข้อมูลจาก สถาบันวิจัยอวกาศแห่งชาติบราซิล (INPE) เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ระบุว่าในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน 2020 นั้น พื้นที่ป่ากว่า 1,202 ตารางกิโลเมตรได้ถูกทำลายไปโดยฝีมือของมนุษย์

ซึ่งนี่ถือเป็นสัญญาณของสถานการณ์อันเลวร้ายที่รุนแรงกว่าเดิม หากเทียบกันเฉพาะเดือนเมษายนปีนี้ ป่าแอมะซอนถูกทำลายไปมากถึง 405 ตารางกิโลเมตร ขณะที่เดือนเดียวกันในปี 2019 กลับสูญเสียไปแค่ 248 ตารางกิโลเมตร

INPE ระบุว่าการตัดไม้ทำลายป่าในเดือนเมษายนปี 2020 นั้นทวีความรุนแรงมากกว่าของเดือนเดียวกันจากเมื่อปีก่อนถึง 64% และใน 4 เดือนแรกของปีนี้ก็ถือว่ารุนแรงเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 55%

 

 

ถามว่าทำไมมันถึงทวีความรุนแรงขึ้นจากแต่ก่อนมากขนาดนี้? ส่วนหนึ่งนั้นเหล่านักสิ่งแวดล้อมก็มองว่ามันเป็นผลมาจากนโยบายของ Jair Bolsonaro ประธานาธิบดีบราซิล ที่เอื้อต่อการตัดไม้ทำลายป่า

จากนโยบายที่สนับสนุนให้ผู้คนสามารถเข้าไปทำสวน ทำเหมืองในเขตพื้นที่อนุรักษ์ เพราะคิดว่ามันจะแก้ปัญหาความยากจนได้นั้น ส่งผลให้ต้องสูญเสียพื้นที่สีเขียวไปเยอะขึ้นกว่าเดิม (นับตั้งแต่ที่เขารับตำแหน่งเมื่อปีก่อน)

 

 

และอีกส่วนสำคัญนั้นก็เป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งประเทศบราซิลก็ถือว่าได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัสนี้อย่างหนัก ติดเชื้อกว่า 141,000 คน เสียชีวิตเกือบ 10,000 ราย

ด้วยเหตุนั้นจึงทำให้หน่วยงานภาครัฐส่วนใหญ่มุ่งประเด็นความสนใจไปเฉพาะเรื่องดังกล่าว รวมถึงหน่วยงานพิทักษ์สิ่งแวดล้อมต่างๆ ก็ลดจำนวนการลงพื้นที่ตรวจตรา

หน่วยงานรัฐลดลง แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นคือกลุ่มคนที่เข้าไปตัดไม้ทำลายป่าแอมะซอนกันอย่างผิดกฎหมาย ซึ่ง Paulo Barreto นักวิจัยอาวุโสขององค์กรอนุรักษ์ Imazon กล่าวว่า…

“ผู้พิทักษ์ป่าลดลง การตัดไม้ทำลายป่าอย่างผิดกฎหมายเพิ่มสูงขึ้น เพราะคนในพื้นที่ห่างไกลเหล่านั้น พวกเขาไม่มาสนใจเรื่องความน่ากลัวหรือการแพร่ระบาดของไวรัส”

 

 

Erika Berenguer นักนิเวศวิทยาจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เธอยังบอกด้วยว่าสถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงนี้ยังเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น…

“เราคาดการณ์ว่าปลายเดือนพฤษภาคมนี้จะเป็นช่วงเวลาที่การตัดไม้ทำลายป่าเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมมาก เพราะถือว่าเป็นช่วงที่หมดฝนแล้วราวกับเป็นช่วงไฮซีซั่นของพวกเขา พอถึงตอนนั้นเราจะได้เห็นสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าตอนนี้”

นักวิจัยต่างหวังให้ภาครัฐมีการรับมือกับปัญหาดังกล่าวกันให้มากยิ่งขึ้น เพราะหากปล่อยไว้เป็นอย่างนี้ ต่อให้การแพร่ระบาดของไวรัสจะหมดไป แต่ปัญหาที่ตามมาหลังจากนั้นอาจเป็นสิ่งที่เหนือการควบคุมของเราไปแล้ว

 

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวตะปู

ที่มา: BBC , Phys , Unilad

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments
เหมียวตะปู