สำหรับเพื่อนๆ ที่ติดตามเหตุการณ์บ้านเมือง เชื่อว่าหลายคนคงจะได้มีโอกาสเห็นภาพ ประเด็นข่าวในสังคมออนไลน์ ที่เกิดขึ้นหลังจากตำรวจไม่ยอมให้รถพยาบาลวิ่งผ่าน แนวการปิดกั้นถนนมาบ้าง

(อ่านข่าวเหตุการณ์นี้ได้ที่ ดราม่าระอุ คลิป “ตำรวจกั้นรถพยาบาล” ผู้คนประณาม ผิดหลักมนุษยธรรม-ไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์)

 

 

แน่นอนว่าเมื่อเห็นข่าวกันเช่นนี้ ก็คงมีหลายๆ คนไม่น้อยที่ออกมาตั้งคำถามว่า ตกลงแล้วการขัดขวางรถพยาบาลเช่นนี้ ไม่มีโทษอะไรหน่อยเหรอ และหากมี โทษที่ว่าจะมีความรุนแรงอย่างไรบ้าง

ซึ่งสำหรับคำถามนี้ เชื่อหรือไม่ว่าทางเพจเฟซบุ๊กกองปราบปรามของประเทศไทยนั้น ได้เคยมีการออกมาเปิดเผยไว้แล้วว่า

 

 

“การขับรถกีดขวางเส้นทางรถพยาบาลนั้น เข้าข่ายผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 76 ซึ่งระบุว่า

เมื่อเห็นรถฉุกเฉินในขณะปฏิบัติหน้าที่ใช้ไฟสัญญาณแสงวับวาบ หรือได้ยินเสียงสัญญาณไซเรน จะต้องให้รถฉุกเฉินผ่านไปก่อน หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท

นอกจากนี้ ผู้ที่ขับรถกีดขวางรถพยาบาลก็อาจจะถูกตั้งข้อหาหนักตามมาอีกด้วย ถ้าหากการกระทำนั้นเป็น”เหตุโดยตรง” ที่ทำให้ผู้เจ็บป่วยในรถพยาบาลถึงแก่ชีวิต

โดยอาจเข้าข่ายกระทำความผิดโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หรือกระทำโดยเจตนาเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย”

 

🔴 เจตนาไม่หลบรถพยาบาลขณะขับรถส่งผู้ป่วย ระวังเจอข้อหาฆ่าผู้อื่น!! 🔹การขับรถกีดขวางเส้นทางรถพยาบาลนั้น…

تم النشر بواسطة ‏‎กองปราบปราม‎‏ في الأربعاء، ٥ ديسمبر ٢٠١٨

 

ที่สำคัญนอกจากในทางกฎหมายของประเทศไทยเองแล้ว การขัดขวางรถพยาบาล โดยรวมแล้วยังเป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง จนแม้แต่ในสงครามก็ยังขัดต่อ “อนุสัญญาเจนีวา” เลยด้วย

โดยอ้างอิงจาก มาตรา 35 ของอนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 1 ได้มีการระบุไว้ว่า การขนส่งผู้บาดเจ็บ ผู้ป่วย หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ จะต้องได้รับการปกป้องและปฏิบัติด้วยความเคารพเช่นเดียวกับหน่วยแพทย์เคลื่อนที่

 

 

ซึ่ง “การขนส่งผู้บาดเจ็บ” ที่ถูกระบุไว้นั้นแน่นอนว่า ต้องครอบคลุมไปถึงการปฏิบัติงานของรถพยาบาลเป็นแน่

ในขณะที่ “ปฏิบัติด้วยความเคารพ” เอง ในหลายๆ ประเทศ (เช่น แอฟริกาใต้) ก็ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าครอบคลุมไปถึง การไม่ถูกโจมตี ทำให้เสียหาย หรือถูก “ขัดขวางเส้นทาง” ไว้ด้วย

 

 

ดังนั้นแม้เหตุการณ์เกิดขึ้น จะเป็นเพียงเพียงคลิปและเหตุการณ์สั้นๆ แต่มันก็สะท้อนให้เห็นถึง ข้อคิดหลายๆ อย่างได้มากจริงๆ

และไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานการณ์แบบไหน เราก็ไม่ควรจะทิ้ง “ความเป็นมนุษย์ไป” ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

 

ที่มา icrc และ เฟซบุ๊กกองปราบปราม

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...