จีนเริ่มใช้วิธีแหย่ก้นทำ Swab Test ควบคู่แหย่จมูก-คอ ตรวจหาเชื้อโควิดได้แม่นยำขึ้น


นอกเหนือจากวิธี Swab Test เพื่อตรวจหาเชื้อโควิด-19 อย่างที่เห็นๆ กันอยู่คือการใช้ก้านสำลีแหย่เข้าไปในจมูกเพื่อเก็บตัวอย่างของผู้เข้ารับการตรวจ ทว่าจีนเริ่มมีการใช้วิธีการเดียวกันแต่เปลี่ยนตำแหน่งแหย่มาที่ก้นแทน…

 

 

ล่าสุดนี้สถานีโทรทัศน์ CCTV ของจีนได้รายงานว่าในเมืองบางแห่งของจีนเริ่มใช้การ Swab Test เปลี่ยนตำแหน่งจากในโพรงจมูกหรือลำคอมาเป็นที่ก้นแทนสำหรับเคสผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อสูง

 

 

นั่นก็เป็นเพื่อประสิทธิภาพในการจัดการการแพร่ระบาดให้ได้มากขึ้น โดยที่ผ่านมามีผู้ผ่านการตรวจที่เป็นครูและนักเรียนกว่า 1,000 คน ตรวจทั้งแหย่ก้น แหย่จมูก แหย่คอ ภายในสัปดาห์เดียว หลังจากพบผู้ติดเชื้อไม่แสดงอาการโผล่มา 1 คน

 

 

นอกจากนั้นผู้โดยสารเครื่องบินที่เดินทางมาจากเมืองฉางชุน ก็ถูกนำไปกักตัวที่โรงแรมและเข้ารับการตรวจหาเชื้อด้วยการแหย่จมูกและแหย่ก้น หลังจากทางการพบว่ามีผู้โดยสารหนึ่งรายมาจากพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด

ทางการจีนเริ่มใช้มาตรการใหม่นี้ก่อนถึงช่วงวันหยุดยาวตรุษจีน ขณะที่การติดเชื้อในท้องถิ่นและการแพร่ระบาดก็ยังคงเพิ่มสูงขึ้นในบางภูมิภาคด้วย

 

หมอทำคลิปอธิบายว่าใช้สำลีแหย่แบบนี้นะ

 

ส่วนเหตุผลที่ทางการหันมาใช้วิธีแหย่ก้นเพื่อเก็บตัวอย่างเพิ่มนั้น ก็เป็นเพราะว่ามีการศึกษามาแล้วว่าผลตรวจจากก้นนั้นให้ผลเป็นบวก ส่วนแหย่จมูกหรือคอให้ผลเป็นลบ นั่นจึงทำให้การแหย่ก้นมีความแม่นยำมากกว่า

การแหย่ก้นเก็บตัวอย่างจะนำก้านสำลียาว 3-5 เซนติเมตรแหย่เข้าไปในก้น คว้านก้านในนั้นอยู่ประมาณ 4-5 ครั้งก่อนที่จะดึงออกมา รวมแล้วใช้เวลาไม่น่าเกิน 10 วินาที

 

ตามคู่มือมันจะเป็นอย่างนี้

 

Li Tongzeng นายแพทย์อาวุโสกล่าวว่าการแหย่ก้นเก็บตัวอย่างเช่นนี้ จะช่วยเพิ่มอัตราการตรวจหาผู้ติดเชื้อให้มากขึ้น เนื่องจากร่องรอยของไวรัสอยู่ในทวารหนักนานกว่าทางเดินหายใจ

รวมไปถึงผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการจะฟื้นตัวได้เร็ว และมีความเป็นไปได้ว่าร่องรอยของไวรัสอาจไม่หลงเหลือในลำคอหลังจากนั้น 3-5 วัน

ทั้งนี้ทั้งนั้นการแหย่ก้นจะนำมาใช้กับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงและอยู่ในสถานที่กักกันโรคเท่านั้น ยังไม่นำมาใช้กับการตรวจหาเชื้อกับกรณีทั่วไป เนื่องจากผู้เข้ารับการตรวจจะรู้สึกไม่ค่อยสะดวกสบายเท่าไหร่นัก

 

ชาวเน็ตเริ่มจินตนาการภาพกันเอง

 

อย่างไรก็ดีบนโลกออนไลน์ของจีนก็ต่างเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปเยอะมาก บ้างก็รู้สึกโชคดีที่ไม่ต้องเจอกับอะไรแบบนี้ บ้างก็ว่าคงจะตลกผสมสยองไม่น้อยหากต้องตรวจด้วยวิธีนี้จริงๆ

‘โชคดีจังที่กลับจีนก่อนหน้านี้’

‘เคยฝันว่าต้องตรวจด้วยวิธีนี้ เอาภาพนั้นออกจากหัวไม่ได้เลย อย่าพูดถึงมันดีกว่า’

‘อันตรายน้อย แต่ดูอดสูมากกกกก’

‘เคยโดนแหย่ก้นมาแล้วสองรอบ ทุกครั้งที่ตรวจก็ต้องแหย่ลงคอด้วย กลัวเหลือเกินว่าพยาบาลจะลืมเปลี่ยนก้านอันใหม่ก่อนแหย่นี่แหละ’

 

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวเลเซอร์

ที่มา: bloomberg, aljazeera, globalnews, france24, reuters

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments