สภาเมืองเล็กๆ ของญี่ปุ่น สร้าง “อนิเมะ” เล่าประวัติศาสตร์ โปรโมตการท่องเที่ยวแบบสุดคูล!!


ประเทศญี่ปุ่นก็มักจะมีอะไรที่เป็นญี่ปุ๊นญี่ปุ่นออกมาให้เราได้ชมกันตลอดเวลา อย่างเช่นเรื่องราวต่อไปนี้

เรื่องของเรื่องก็คือเมืองคามิมิเนะ เป็นเมืองเล็กๆ ที่อยู่ในจังหวัดซากะ ประเทศญี่ปุ่น และในเมืองแห่งนี้ก็มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ

โดยที่สภาเมืองต้องการที่จะโปรโมตเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ให้กับคนทั่วไปได้รับรู้ ก็เลยเลือกที่จะใช้วิธีในการนำเสนอด้วยการทำเป็นการ์ตูนอนิเมะแบบสั้นๆ ขึ้นมา…

 

 

เป็นเรื่องราวของชายที่ชื่อว่า ทาเมโทโมะ หรือมีชื่อเต็มๆ ชินเซย์ ฮาชิโระ ทาเมโทโมะ ที่เป็นเสมือนกับฮีโร่ประจำเมืองแห่งนี้เลย

เขามีชีวิตอยู่ในช่วงยุคเฮอัง (ช่วง ค.ศ.794-1185) ก่อนช่วงสงครามเก็มเป (ปลายยุคเฮอัง) เป็นสงครามระหว่างตระกูลของเขาเองและตระกูลไทระ

 

 

ซึ่งผลของสงครามนั้นจบลงด้วยความพ่ายแพ้อย่างราบคาบของตระกูลไทระ และหลังจากนั้นก็มีการสถาปนารัฐบาลโชกุนคะมะกุระขึ้นมา

ทาเมโทโมะถูกขนานนามว่าเป็นยอดแห่งนักธนู กองทัพที่นำโดยตัวของเขาเองนั้นสามารถสังหารข้าศึกไปได้มากกว่า 50,000 รายในสงครามครั้งนั้น

 

 

ตามตำนานเล่าว่าเขาเป็นผู้สร้างปราสาทที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับภูเขาชินเซย์ ทุกวันนี้กลายเป็นซากปรักหักพังที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และกลายเป็นเหมือนกับสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกด้วย

 

ลองไปชมคลิปวิดีโอเพลงเปิดอนิเมชันเรื่องนี้กันดูครับ

 

อย่างไรก็ตามในอินะเมะสั้นๆ นั้นไม่ได้เล่าช่วงบั้นปลายชีวิตของทาเมโทโมะเอาไว้ แต่ในชีวิตจริงนั้นตอนจบเป็นเรื่องที่เศร้ามาก

เขาถูกเนรเทศไปที่เกาะอิซู และถูกบังคับให้ทำพิธีกรรมเซ็ปปุกุ (ฮาราคีรีนั่นแหละฮะ) บางตำนานเล่าว่าโชกุนคะมะกุระที่ขึ้นมามีอำนาจต่อจากตระกูไทระเห็นฝีมือของเขาในสงคราม และกลัวว่าจะโดนหักหลัง จึงต้องกำจัดทิ้งเสีย

 

 

ผลงานอนิเมชันดังกล่าวเป็นฝีมือของสตูดิโอ Production I.G ที่เคยสร้างอนิเมชันชื่อดังมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็นทั้ง Ghost in the Shell, Psycho-Pass และ Haikyu ลูกตบฟ้าประทาน

 

บอกได้เลยว่าเป็นไอเดียที่เจ๋งไม่เบาเหมือนกัน ที่ใช้อนิเมชันในการนำเสนอเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ เพื่อเชิญชวนให้เหล่านักท่องเที่ยวไปเที่ยวแบบนี้ (บ้านเราน่าจะมีบ้างเนอะ)

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวหง่าว

ที่มา : soranews, 佐賀県上峰町PR

Advertisement


Like it? Share with your friends!

0 Comments