โหวตแรกที่มีความหมายในรอบ 30 ปี ของชายที่ต้องติดคุก จากคดีที่ตนเองไม่ได้เป็นคนก่อ


ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2020 ครั้งนี้ ถือว่าได้รับความสนใจจากทั่วโลกเป็นอย่างมาก ร่วมกันจับตามองว่าใครจะเป็นประธานาธิบดีคนต่อไประหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ หรือ โจ ไบเดน

แน่นอนว่าที่อเมริกามีระบบการเลือกตั้งที่แข็งแกร่งมากๆ มีการรณรงค์ให้ออกไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งกันอยู่เสมอ ไม่ว่าคุณจะเชียร์ใครก็ตาม จงออกไปใช้สิทธิของตนเองเพราะทุกเสียงมีความหมายเสมอ

 

 

และหนึ่งในเสียงที่มีความหมายมากๆ ทั้งสำหรับตัวผู้โหวตและสำหรับระบบประชาธิปไตย เสียงของชายวัย 64 ปีคนนี้ ได้มีโอกาสลงคะแนนเลือกประธานาธิบดีเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2020

หลังจากที่เขาต้องติดอยู่ในคุกแดนประหารจากคดีที่เขาไม่ได้เป็นคนก่อ…

นาย Anthony Ray Hinton ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมผู้จัดการร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดเมื่อปี 1985 และเขาถูกตัดสินโทษสูงสุดคือการประหารชีวิต และต้องถูกจองจำรอวันสุดท้ายอยู่ในคุกนานถึง 28 ปี

 

 

ชีวิตหลังลูกกรงเหล่านี้ทำให้เขาหมดสิทธิในการออกเสียงเลือกประธานาธบิดี แต่ในตอนนี้เขาก็ได้รับอิสระภาพทั้งหมดกลับคืนมาแล้ว

‘คุณไม่มีทางรู้จักอิสรภาพตราบใดที่มันยังไม่ถูกพรากจากคุณไป การถูกจองจำในคุกนาน 30 ปี ทำให้ผมรู้แล้วว่าการลงคะแนนเลือกตั้งมันสำคัญขนาดไหน และการไม่ได้โหวตลงคะแนนก็เหมือนกับการยอมให้คนอื่นกดขี่คุณมากขึ้น’

 

 

นาย Anthony พ้นข้อกล่าวหาในวันที่ 3 เมษายน 2015 แต่เขายังไม่มีคุณสมบัติที่จะลงคะแนนเลือกตั้งในปี 2016 จนกระทั่งมีการปรับกระบวนการกฎหมายด้านศีลธรรมใหม่ในปี 2017

และมีผลบังคับใช้ในปี 2018 จากการที่เป็นอดีตผู้ต้องหาในคดีร้ายแรง เมื่อพ้นโทษออกมาแล้วก็สามารถลงคะแนนเสียงเลือกตั้งได้

 

 

ย้อนกลับไปในการไต่สวนเมื่อปี 1985 อัยการระบุว่านาย Anthony อายุ 29 ปี ณ ตอนนั้น มีความผิดฐานฆาตกรรมด้วยปืนลูกโม่ที่เป็นของแม่เขาเอง

ปี 2002 ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธปืนได้ทำการตรวจสอบปืนกระบอกนั้น แล้วพบว่ามันไม่สามารถนำมาใช้ในการฆาตกรรมได้

จนเมื่อเขาอายุเข้าช่วงวัย 40 ปี เขาก็ได้รับการไต่สวนคดีใหม่อีกครั้งและข้อหาดังกล่าวก็ถูกปัดตกไป หลังจากที่หน่วยงานภาควิชานิติเวชศาสตร์ ระบุว่ากระสุนที่คร่าชีวิตเหยื่อ 2 รายนั้นไม่ได้มาจากปืนลูกโม่กระบอกดังกล่าว

 

 

ในที่สุดแล้วเมื่อเขาได้ออกมาใช้สิทธิเลือกประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เขาก็นึกถึงญาติผู้ใหญ่และพ่อแม่ ที่ถูกปิดกั้นไม่ให้ลงคะแนน เนื่องจากเป็นคนไม่รู้หนังสือ

‘สำหรับผมแล้วในวันนี้คือวันแห่งอิสรภาพที่ผมอุทิศให้พวกเขา และสำหรับทุกคนที่ถูกประชาทัณฑ์ ถูกกดขี่ หรือถูกข่มขู่ หรือไม่ได้รับสิทธิ์ให้มาลงคะแนนเลือกตั้ง’

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวเลเซอร์

ที่มา: @eji_org, unilad

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments