ในขณะที่จำนวนตัวเลขของผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ทั่วทุกมุมโลก ท่ามกลางกระแสการรณรงค์ช่วยกันลดการแพร่ระบาดก็เริ่มสั่นคลอน

เนื่องจากคนบางกลุ่มไม่สนใจไม่ได้แคร์จะต้องทำตาม โดยอ้างว่าเป็นสิทธิที่ตนเองพึงกระทำได้ ไม่ใครจะมาบังคับได้ด้วยเช่นกัน

 

 

กรณีที่เช่นนี้เกิดขึ้นในประเทศฝั่งตะวันตกเสียส่วนใหญ่ แต่สำหรับประเทศญี่ปุ่นเองก็เริ่มมีกระแสต่อต้านการสวมใส่หน้ากากอนามัยจากคนบางกลุ่มเกิดขึ้นเช่นกัน แม้ว่าชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะใส่หน้ากากอนามัยกันเป็นปกติอยู่แล้วก็ตาม

ล่าสุดก็มีคนกลุ่มเล็กจำนวนหนึ่งแสดงตัวต่อต้านการสวมใส่หน้ากากอนามัย นอกเหนือจากนั้นแล้วก็ต่อต้านการยั้บยั้งการแพร่ระบาดไวรัสทุกรูปแบบอีกต่างหาก

 

 

กลุ่มดังกล่าวนำโดยยูทูบเบอร์และหัวหน้าพรรคนิยมอธิปไตย นายมาสะยูกิ ฮิระซึกะ ที่แพ้การหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐโตเกียวไปเมื่อเดือนกรกฎาคม แต่มาในคราวนี้เขาได้ชูสโลแกนว่า ‘ไวรัสโคโรนาก็แค่ไข้หวัดธรรมดา’

 

 

โดยในวันที่ 9 สิงหาคม 2020 ผู้ที่สนับสนุนพรรคของเขาก็ออกมารวมตัวชุมนุมประท้วงเป็นคลัสเตอร์ใหม่ของกรุงโตเกียวบริเวณสถานีชิบูย่า ชูป้ายประกาศระบุข้อความ “หน้ากาก เว้นระยะห่าง หลัก 3C และการกักตัวเอง เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น”

 

 

ภายในกลุ่มผู้ชุนนุมมีผู้หญิงและเด็กเล็กเข้าร่วมประท้วงด้วย และทุกคนไม่สนใจมาตรการเว้นระยะห่าง ไม่สวมใส่หน้ากากอนามัย รวมตัวชุมนุมประท้วงเป็นเวลานานกว่า 3 ชั่วโมงบริเวณนอกสถานี

 

 

ก่อนวันที่จะเกิดการประท้วงขึ้นนั้นนายมาสะยูกิได้อัพโหลดคลิปวิดีโอลงช่องตัวเองเพื่อเชิญชวนให้คนที่คิดเหมือนกับเขามาร่วมชุมนุมกัน พร้อมกับยึดรถไฟสายยามาโนเตะโดยไม่ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย จะได้ทำให้ผู้โดยสารคนอื่นรู้สึกละอายกับการใส่หน้ากาก

 

.

 

เมื่อประกาศข้อความดังกล่าวออกไปแล้ว ข่าวคราวการประท้วงก็ทำให้การรถไฟสายยามาโนเตะต้องออกประกาศเตือนผ่านโซเชียลมีเดียก่อนจะเกิดเรื่อง เพราะกลุ่มคนดังกล่าวกำลังจะฝ่าฝืนหลัก 3C ที่รัฐบาลต้องการให้คนหลีกเลี่ยง (ที่ปิด-ที่คนเยอะ-สัมผัสใกล้ชิด)

 

 

จนกระทั่งเกิดเป็นเทรนด์ทวิตเตอร์ Cluster Festival ที่ชาวเน็ตช่วยกันเตือนให้ออกห่างจากรถไฟสายดังกล่าวในช่วงเวลา 20.00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่ผู้ชุมนุมนัดรวมตัวกันยึดรถไฟสายนี้

 

 

อย่างไรก็ดีเมื่อถึงเวลานัดกันขึ้นรถไฟไม่สวมใส่หน้ากาก คาดว่าน่าจะมีคนมาประมาณหลักร้อยคนปรากฎว่ามีคนมาตามนัดเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น มาจริงราวหลักสิบและหนึ่งในนั้นก็คือสองคู่หูใส่เสื้อที่เขียนว่า ไวรัสโคโรนาคือข่าวปลอม กับ คลื่น 5G คืออาวุธสังหาร

 

 

แม้จะไม่มีการปรับคนที่ไม่ยอมใส่หน้ากากในประเทศญี่ปุ่น แต่การไม่ยอมใส่เช่นนี้โดยเฉพาะในที่ที่มีคนพลุกพล่านและแออัดอย่างตู้รถไฟคือสิ่งที่ควรปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

ในส่วนนายมาสะยูกิก็ยังไม่ยอมแพ้ มีประท้วงนัดรวมตัวกันเป็นระลอกที่สองตามมาแน่นอน ซึ่งการป่าวประกาศของเขาเช่นนี้ชาวเน็ตญี่ปุ่นที่ไม่เห็นด้วยกับเขาก็รุมประณามกันอย่างหนักหน่วง

 

ที่มา: jin115

Advertisement

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์