เป็นประเด็นที่เกิดขึ้นบนโซเชียลไม่นานมานี้ หลังจากที่มีลูกค้าสาวจากร้านคาร์แคร์รายหนึ่งเปิดเผยรายละเอียดการพูดคุยระหว่างตัวเธอเองกับเจ้าของร้านคาร์แคร์ผ่านแชทไลน์

เบื้องต้นทางฝั่งลูกค้าเผยว่าแอดไลน์ไปเพื่อส่งสลิปโอนเงินเพื่อใช้บริการคาร์แคร์ แต่สิ่งที่ตามมาคือคำพูดจาของเจ้าของคาร์แคร์ในเชิงดูถูกดูแคลน เหยียดทุกอย่างที่ลูกค้าเป็น

 

 

เปิดมาด้วยการทักเรื่องรูปถ่าย ระบุว่ารูปที่เห็นกับตัวจริงของลูกค้ามีน้ำหนักต่างกันถึง 50 กิโลกรัม ทว่าตัวเธอเองพยายามตอบกลับแบบดีๆ พยายามรักษามารยาทในการพูดคุยบอกว่าอาจเป็นเพราะอาการป่วย

แต่อีกฝั่งก็ยังไม่หยุดเรื่องนี้บอกว่ารูปสวยแต่ใช้แอปฯ เยอะ พร้อมกับแนะให้ไปปรึกษาแพทย์เรื่องแก่ก่อนวัยอันควร

 

 

ภายหลังจึงเปลี่ยนประเด็นการพูดคุยไปเรื่องฐานะ มีการอวดรวยโชว์ความภูมิฐาน มีรถยนต์ขับหลายคัน มีรถหรูราคาแพง มีคาร์แคร์หลายสาขาทั้งในกทม. และต่างจังหวัด มีการพูดว่าตนเรียนจบมาสูงถึงระดับปริญญาโท

 

.

 

นอกจากนั้นก็พูดถึงเรื่องครอบครัว สามี ลูก พูดในเชิงสอนว่าทำไมไม่เรียนให้จบปริญญาตรีเสียก่อน เผื่ออนาคตว่าลูกจะเอาไปคุยได้ว่าแม่เรียนจบปริญญามา

 

.

.

.

.

.

 

แต่ก็ยังไม่วายระหว่างการพูดคุยกันยังวนมาเป็นเรื่องรูปร่างภายนอกและเรื่องน้ำหนักอยู่ตลอด โดยอีกฝ่ายระบุว่าตนเป็นคนพูดตรงๆ

 

.

.

.

.

 

แต่ก่อนที่จะจบการพูดคุยกันในครั้งนี้ ทางฝั่งลูกค้าสาวไม่อดทนอีกต่อไปเธอจึงโต้กลับอีกฝ่ายเมื่อถูกเชิญชวนให้ไปใช้บริการอีกครั้ง

เธอทิ้งท้ายว่าคงไม่กลับไปอีกเพราะทัศนคติของเจ้าของร้านแย่ พูดจาเหยียดหยามคนอื่น โอ้อวด ไม่แยกแยะระหว่างคนตรงกับมารยาท สงสารอีกฝ่ายที่เหมือนมีปมอยู่ในใจ

 

.

.

 

และขอขอบคุณที่เป็นห่วง ขอแนะนำว่าให้เอาเวลาไปปรับปรุงร้านจะดีกว่า ที่ผ่านมาไม่เคยด่าใครเลย แต่อยากตักเตือนเป็นคนแรกเรื่องความบกพร่อง เผื่อว่าไม่เคยมีใครพูดให้รู้ตัวเลยสักครั้ง

ท้ายที่สุดแล้วทางฝั่งเจ้าของร้านคาร์แคร์ได้เอ่ยคำว่าขอโทษที่ทำเสียมารยาท เพราะนึกว่าลูกค้าไม่คิดอะไรจึงพูดคุยแบบขำๆ ไป

 

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวเลเซอร์

ที่มา: @Biwty Masa

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...