หากเพื่อนๆ เป็นคนที่ติดตามข่าวสารวงการบันเทิง ในช่วงที่ผ่านมาหลายคนอาจจะได้เห็นข่าวที่ #เหมียวนานะ ได้นำเสนอ ประเด็นร้อน เกี่ยวกับการที่มียูทูปเบอร์ชื่อดัง ออกมาแต่งกายโคฟเวอร์นางงามผิวสี ในลักษณะที่คนบางกลุ่มมองว่าเป็น “Blackface” ซึ่งถือเป็นการเหยียดผิวอย่างมาในสมัยก่อน

ในตอนที่เห็นข่าวนี้ หลายๆ คนอาจจะสงสัยกันว่าเจ้า Blackface ที่ว่านั้นมันคืออะไรเกิดขึ้นมาจากไหน? เหยียดผิวอย่างไร? กันบ้างเป็นแน่ ดังนั้นในวันนี้ #เหมียวศรัทธา จึงจะพาเพื่อนๆ ไปชมเรื่องราวประวัติของ Blackface กัน

 

 

Blackface นั้น หากจะให้อธิบายง่ายๆ ก็คือการแต่งหน้าหรือใส่หน้ากากสีดำและทาปากให้ดูใหญ่เพื่อแสดงเป็นคนผิวสี ของนักแสดงผิวขาวในสมัยก่อน

โดยการแต่งหน้าในรูปแบบนี้แม้ไม่ทราบว่าเกิดขึ้นครั้งแรกที่ไหน แต่ก็กลายเป็นที่นิยมอย่างมากไม่นานหลังจากช่วงสงครามกลางเมืองของสหรัฐอเมริกา ทำให้คาดกันว่านี่เป็นการกระทำซึ่งเกิดจากความรู้สึกเป็นปรปักษ์กับการที่ต้องปลดปล่อยคนดำที่เป็นทาส จนบานปลายไปเป็นการเหยียดผิว

 

 

David Leonard ศาสตราจารย์ด้านชาติพันธุ์ศึกษา และประวัติศาสตร์อเมริกันแห่งมหาวิทยาลัย Washington State กล่าวว่า Blackface นับเป็นการยืนยันถึงพลังและความสามารถในการควบคุมของคนขาว ที่ทำให้สังคมสามารถมองคนแอฟริกัน-อเมริกันว่าไม่ใช่คนได้ง่ายขึ้น

แนวคิดเหล่านี้แสดงออกมากับบทบาทในของตัวละคร ที่มักเป็นการเหมารวมด้านแย่ๆ ตามความเชื่อของคนยุโรป และอเมริกา ต่อชาวแอฟริกัน-อเมริกันในสมัยนั้นเอาไว้ เช่นความขี้เกียจ โง่เขลา งมงาย หื่นกระหาย ขี้ขลาด และชั่วร้ายอย่างถึงที่สุด

 

 

การแสดงด้วย Blackface ได้รับความนิยมเรื่อยมาจนถึงช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ทำให้ในสมัยนั้นเราไม่เพียงแต่จะเห็น Blackface ได้ตามละครเวที แต่ยังเห็นได้แม้แต่ในภาพยนตร์ และนักแสดง Blackface เองก็กลายเป็นที่ต้องการอย่างมากในช่วงเวลานี้

อิทธิพลต่อความคิดของ Blackface มีมากจนมันก็ถูกนำไปใช้ในโฆษณาของกลุ่ม KKK หนึ่งในกลุ่มขบวนการเหยียดสีผิวสุดโต่งที่มีผลงานสังหารคนดำอย่างโหดร้ายมานักต่อนัก และทำให้คนสีผิวที่ได้รับการปลดปล่อยจากการเป็นทาส ต้องให้ชีวิตอย่างยากลำบากต่อไปในเวลาเดียวกัน

 

 

ดังนั้น ในยุคที่ความเท่าเทียมเป็นเรื่องที่สำคัญขึ้นอย่างในปัจจุบัน มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ Blackface จะกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่หลายๆ คนมองว่าไม่เหมาะสมแบบสุดๆ และกลายเป็นสิ่งที่ เราควรจะระวังเอาไว้เพราะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนอย่างไม่น่าเชื่อเลย

 

ที่มา history

Advertisement

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์