หญิงจีนป่วยขั้นโคม่า จากการดื่มชาไข่มุกวันละ 2 แก้วเป็นประจำทุกวันตลอดทั้งเดือน


ปฏิเสธไม่ได้ว่าเครื่องดื่มอย่างชาไข่มุกนั้นได้รับความนิยมในภูมิภาคเอเชียเป็นอย่างมาก ซึ่งแม้จะผ่านมานานหลายปีก็ตามแต่ความนิยมในเครื่องดื่มชนิดนี้ยังไม่เสื่อมลงไป

และแน่นอนว่าการรับประทานอะไรในปริมาณที่มากเกินพอดีก็จะส่งผลร้ายต่อร่างกายได้ อย่างกรณีของหญิงชาวจีนผู้เสพติดชาไข่มุกอย่างหนักหน่วง

 

 

เคสของหญิงสาววัย 18 ปีจากนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน มีรายงานว่าล่มป่วยถึงขั้นโคม่าจากภาวะเบาหวาน หลังจากการดื่มชาไข่มุกเป็นประจำทุกวันตลอดทั้งเดือน

พ่อแม่ของเธอระบุว่าเธอมีอาการเสพติดชาไข่มุก จะต้องดื่มเป็นประจำทุกวัน ตกวันละ 2 แก้ว และเป็นเช่นนี้ตลอดทั้งเดือน จึงกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

ภาพประกอบเนื้อหา

 

ในวันที่มีเธอเริ่มแสดงอาการ วันนั้นทางครอบครัวพบว่าเธอไม่ล้มลงและไม่ตอบสนองใดๆ จึงจำเป็นต้องเร่งส่งตัวไปยังโรงพยาบาล

แพทย์ได้ทำการตรวจหาสาเหตุอย่างละเอียดแล้ว ก็พบว่าปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่มชาไข่มุกแต่ละแก้วมีน้ำตาล 100 กรัมหรือ 25 ซองในเครื่องดื่มปริมาณ 750 มิลลิลิตร

 

 

ชาไข่มุกแต่ละแก้วทำให้เธอมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น 25 เท่าจากระดับปกติ และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เธอมีอาการภาวะเบาหวานรุนแรง จากน้ำตาลในเลือดที่สูงเกินกว่าปกติ

โดยในช่วงก่อนที่เธอจะเข้าโรงพยาบาล มีรายงานระบุว่าเธอหิวน้ำบ่อย มีอาการวิงเวียนหน้ามืดคลื่นไส้ และมักจะต้องเข้าห้องน้ำอยู่บ่อยๆ ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูงร่วมกับภาวะเลือดเป็นกรด

 

 

กระบวนการรักษาหญิงสาวรายนี้จำเป็นจะต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและใช้การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม เพื่อช่วยซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้นกับไต จนในที่สุดแล้วเธอก็ฟื้นจากอาการโคม่าใน 5 วันให้หลัง

ในระหว่างที่พักรักษาตัวอยู่ต้องใช้เวลานานนับเดือนเพื่อให้อาการคงที่ น้ำหนักตัวลดลงมากถึง 35 กิโลกรัม และจะย้ายไปพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอีกแห่งเพิ่มเติมต่อไป

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวเลเซอร์

ที่มา: news.com.au, thesun, ladbible

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments