ในวันที่ 13 สิงหาคม ค.ศ. 2020 ที่ผ่านมา ในประเทศญี่ปุ่นได้มีการรายงานข่าวการค้นพบอันน่าขนลุกเกิดขึ้น

เมื่อในระหว่างการพัฒนาพื้นที่เมืองโอซาก้า เจ้าหน้าที่บริษัทก่อสร้างได้ทำการค้นพบหลุมฝังโครงกระดูกมนุษย์มากถึง 1500 ร่าง รวมทั้งวัตถุโบราณอีกจำนวนมากถูกฝังเอาไว้ ณ บริเวณสถานีอุเมดะในใจกลางของเมืองเลย

 

 

อ้างอิงจากรายงานของสำนักงานฝ่ายวิจัยมรดกวัฒนธรรมโอซาก้า พื้นที่สถานีอุเมดะนั้น ในอดีตเคยเป็นที่รู้จักกันในฐานะ “อุเมดะ ฮากะ” หรือสุสานอุเมดะมากก่อน โดยมันเป็น 1 ใน 7 สุสานที่ใหญ่ที่สุดของโอซาก้า

ดังนั้น โครงกระดูกที่ถูกพบในพื้นที่ จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นของผู้คนที่ถูกนำมาฝังไว้ที่นี่ในช่วงยุคยุคเอโดะ (ปี 1603-1868) ถึงเมจิ (ปี 1868-1912)

 

 

เมื่อทีมผู้เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบกระดูกในเบื้องต้น พวกเขาก็รายงานว่าโครงกระดูกในสุสานแห่งนี้ มีการฝังที่หลากหลายเป็นอย่างมาก

โดยมันมีทั้งการฝังในถังไม้ การฝังในโลงศพที่ทำจากเครื่องเคลือบดินเผา การฝังแบบมีร่องรอยการเผาศพก่อน ในขณะที่ศพอีกเป็นจำนวนมากถูกฝังไปเลยแบบไม่ผ่านการทำศพใดๆ

 

 

เท่านั้นยังไม่พอในสุสานยังมีวัตถุโบราณอย่าง เหรียญชุดสำหรับข้ามแม่น้ำแห่งความตาย ลูกประคํา ตุ๊กตาดินเผา และของเล่นเด็กฝังอยู่ด้วย

ซึ่งอย่างหลังวัตถุโบราณอย่างหลังทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าในบรรดากระดูกที่พบ คงมีจำนวนไม่น้อยที่เป็นของเด็ก

 

 

ในเบื่องต้นนักวิทยาศาสตร์ได้ตั้งข้อสันสนิษฐานว่าที่พวกเขาพบจำนวนโครงกระดูกมากมายขนาดนี้

อาจจะเป็นเพราะสุสานที่นี้ถูกใช้ฝังศพผู้คนหลังจากเหตุการณ์ระบาดของโรคร้ายในช่วงยุคเอโดะก็เป็นได้ เนื่องจากในสุสานมีโครงกระดูกจำนวนไม่น้อยที่ถูกฝังในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน

 

 

แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่จังหวัดโอซาก้าค้นพบโครงกระดุจำนวนมากในระหว่างการสำรวจพื้นที่ เพราะในปี 2017 เองพวกเขาก็เคยค้นพบ สุสานเก่าที่มีคนถูกฝังไว้กว่า 200 ร่างมาแล้ว

อย่างไรก็ตามที่ผ่านๆ มาไม่มีครั้งไหนเลยที่ทางโอซาก้าค้นพบโครงกระดูกพร้อมๆ กันเป็นจำนวนมากเช่นนี้

 

 

และแน่นอนว่าจนกว่าจะมีการตรวจสอบโครงกระดูกที่พบอย่างละเอียด หรือมีคำสั่งให้ขนย้ายโครงกระดูกในสุสานออกไป การพัฒนาพื้นที่ในจุดนี้ ก็คงจะต้องถูกเลื่อนออกไปก่อนสักพักเลย

 

ที่มา soranews24, mainichi และ osaka

Advertisement

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์