จากเมื่อคืนที่ผ่านมา (2 พฤศจิกายน) มีการบล็อคเว็บไซต์หนังผู้ใหญ่ “พรฮับ” นำมาซึ่งเสียงวิจารณ์ในเชิงไม่เห็นด้วยจากหลายฝ่าย

อย่างไรก็ตาม.. เราอยากจะนำเสนอมุมมองในอีกทาง เพื่อจะได้ให้ผู้อ่านได้รับทราบถึงความคิดเห็นที่แตกต่าง นำไปสู่การขบคิดและหาคำตอบที่ดีกว่าเดิม

 

ซึ่งก็มีนักเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างคุณ “โบว์ ณัฏฐา มหัทธนา” โพสต์ความคิดเห็นในอีกแง่มุมของการสั่งปิดพรฮับ พร้อมกับอธิบายเหตุผลในมุมมองของเธอไว้อย่างน่าสนใจ..

ในโพสต์นั้น เธอระบุถึงข้อเสียของพรฮับไว้หลายประการ ซึ่งรวมไปถึงการที่เว็บไซต์ไม่มีระบบยืนยันตัวตน ทำให้ใครก็อัปโหลดวิดีโอได้ จึงถูกใช้เป็นแหล่งก่ออาชญากรรมออนไลน์ มีคลิปผิดกฎหมาย และเป็นธุรกิจมืดที่ก่อให้เกิดเหยื่อมาแล้วไม่น้อย..

 

โพสต์ของคุณโบว์

 

คุณโบว์ระบุว่า.. “Pornhub เป็นเว็บที่ผิดกฎหมายไทยอยู่แล้ว แต่ที่หลายคนไม่ทราบคือ เป็นแหล่งอาชญากรรมออนไลน์ที่กำลังมีการเคลื่อนไหวในอเมริกาให้ปิดและเอาผิดทางกฎหมายกับบริษัทที่เป็นเจ้าของ ในฐานะผู้ดูแลระบบที่มีข้อบกพร่องมากจนเอื้อให้เกิดการละเมิดโดยผู้กระทำลอยนวลเพราะไม่สามารถสืบค้นตัวตนได้

มีผู้เข้าร่วมแคมเปญทั่วโลกนับล้าน อย่าเห็นแก่ความสะใจทางการเมืองจนสนับสนุนกิจการแบบนี้กันเลยค่ะ

เหยื่อที่ได้รับผลกระทบมีทั่วโลก อายุน้อยสุดคือสามขวบ มีทั้งผู้หญิงที่ถูกข่มขืน คนถูกแอบถ่าย เผยแพร่โดยไม่ยินยอม และละเมิดลิขสิทธิ์หนัง

เจ้าของเว็บได้เงินจากสิ่งเหล่านี้ผ่านระบบที่ไร้การคัดกรอง ไม่มีระบบการยืนยันตัวตนผู้อัพโหลดคลิป(ต่างจาก facebook ที่เราใช้กันอยู่) จึงไม่สามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้

การรายงานการกระทำความผิดและการอ้อนวอนจากเหยื่อไม่ได้รับการตอบสนองอย่างทันท่วงที มีเหยื่อที่เฝ้ารอจนต้องขู่ฟ้องจึงยอมลบ ที่เหลืออีกมากมายมารู้ตัวเมื่อเวลาผ่านไปนานจนคนที่โรงเรียนไปเจอเข้า ทำลายชีวิตคนมากมายและหลายรายฆ่าตัวตาย

(ตัวอย่างเคสที่เคยเกิดขึ้นและยังมีอยู่​ https://www.bbc.com/thai/international-51474033 )

เงินที่ได้จากการธุรกิจที่ไร้มนุษยธรรมและปราศจากความรับผิดชอบโดยสิ้นเชิงนี้มีจำนวนมหาศาล เจ้าของบริษัทเจียดมาทำ CSR ได้โฆษณาฟรีผ่านสื่อ

ถ้าไม่รู้มาก่อนไม่ว่ากัน แต่เมื่อรู้ความจริงแล้วก็ควรได้ทบทวนว่าเราจะยืนตรงไหนในเรื่องนี้ นี่ไม่ใช่เพียงเว็บโป๊ที่ผิดกกฎหมายไทยธรรมดา (ซึ่งรัฐมีหน้าที่ต้องบังคับใช้กฎหมายมานานแล้ว ไม่ใช่เลือกปฏิบัติแบบนี้ ถ้าไม่ชอบกฎหมายให้เสนอแก้กฎหมาย)

แต่เป็นทั้งการละเมิดสิทธิมนุษยชน สิทธิเด็ก และอาชญากรรมขั้นร้ายแรง ใครอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติม ลองหาแคมเปญ Trafficking Hub มาอ่านดูและไปร่วมลงชื่อกันได้ค่ะ https://traffickinghub.com

ส่วนคนที่พยายามปกป้องเว็บนี้ และถามว่าโบว์รู้เรื่องได้อย่างไร โบว์เป็นหนึ่งในเหยื่อและเป็นหนึ่งในเคสที่ทีมทำคดีที่สหรัฐรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินคดี หนึ่งในข้อมูลที่ต้องเก็บคือการพยายามรีพอร์ตและผลการรีพอร์ตค่ะ

มันแสดงชัดเจนว่าเหยื่อไม่สามารถได้รับความคุ้มครองอะไรได้เลย อาชญากรทุกคนจะลอยนวลและสามารถรีโพสต์ตลอดเวลา ณ เวลาที่เราทำการรีพอร์ต​ ระบบไม่ยอมให้ผ่านไปถึงขั้นตอนการรายงานจริงด้วยซ้ำ

สุดท้าย​เราต้องใช้วิธีอีเมล์และไม่ได้รับคำตอบ​ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นและยังดำรงอยู่ในปีนี้​ ทุกวันนี้คนเหล่านั้นยังกระทำได้ซ้ำๆอย่างลอยนวล​

นั่นหมายความว่า ใครจะอัพโหลดอะไรก็ได้ โดยระบบไร้การคัดกรองและการระบุตัวตนผู้กระทำโดยสิ้นเชิง แต่ความเสียหายต่อเหยื่อ เกิด ณ วินาทีที่คลิปถูกโหลด และจะถูกทำซ้ำวนเวียนอยู่บนอินเทอร์เน็ตไปจนตลอดชีวิต​

อันที่จริงจากเคสล่าสุดที่หลายคนสะใจ​จนโกรธ​ที่มีการปิดระบบ ก็คือหลักฐานในตัวเอง​ ว่าการกระทำผิดอย่างง่ายดายและลอยนวลยังคงเกิดขึ้นได้จริงในแพลตฟอร์ม​ที่จงใจอำนวยความสะดวกไว้มากมายสำหรับอาชญากรรม​ที่รุนแรง​ ที่ทุกคนสามารถ​เป็นเหยื่อได้ทุกเมื่อ​

สำหรับใครที่ไม่เข้าใจประเด็นทางเทคโนโลยีแล้วบอกว่าต้องแบนเฟสบุ๊คยูทูปด้วยมั้ย ต่างกันมากค่ะ แพลทฟอร์มที่แพร่หลายอื่นๆจะมีระบบคัดกรองและระบุตัวตนเพื่อเอามาลงโทษได้ที่เข้มงวดกว่า

เฟสบุ๊คมีระบบที่มีความรับผิดชอบสูงกว่ามาก ทั้งที่ไม่ใช่ธุรกิจที่สุ่มเสี่ยงกับการประกอบอาชญากรรมชัดเจนเท่า แต่ขนาดพยายามมากแล้ว FB ก็ยังถูกตั้งคำถามโหดๆมากมายจากคองเกรส เพราะทุกการกระทำต้องมีผู้รับผิดชอบ สังคมต้องได้รับการปกป้องจากอาชญากร

ยิ่งเป็นเว็บอนาจารก็ยิ่งควรต้องเพิ่มความรับผิดชอบและมาตรฐานความปลอดภัย ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้ประกอบการ

สุดท้ายที่ไม่อยากให้ลืมคือ อาชญากรรมนั้น ทำกับใครก็ผิด และไม่มีอะไรให้น่าสะใจ​ ส่วนที่รัฐจะเลือกตอบสนองเป็นเรื่องๆนั้นเป็นอีกประเด็น​ที่ติเตียนและเรียกร้องมาตรฐานกันได้​

แต่ไม่ใช่จะให้เก็บสิ่งผิดกฎหมายไว้เพื่อจะได้เป็นช่องทางให้ละเมิดใครก็ได้ตามอำเภอใจอย่างไร้ความรับผิดชอบแบบที่เป็นอยู่​ค่ะ”

 

โพสต์ดังกล่าวกลายเป็นไวรัล มีการพูดถึงอย่างมากบนโลกออนไลน์ตามมา ทั้งการกดถูกใจกว่า 1,700 ครั้ง และแชร์เกือบ 800 แชร์

มีคอมเมนต์เข้ามาถกในประเด็นนี้กันมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการพูดคุยเพื่อให้เกิดความคิดต่อยอด ถกเถียงเพื่อหาคำตอบในเรื่องที่มองไม่ตรงกัน

ยกตัวอย่างคอมเมนต์ต่างๆ เช่น..

 

บางคนบอกว่าประเด็นเรื่องผิดสิทธิมนุษยชน และอาชญากรรมออนไลน์ เป็นคนละประเด็นกับการสั่งบล็อคโดยพลการ

 

คนหนึ่งที่สนับสนุนการจัดการคลิปอาชญากรรม แต่ไม่สนับสนุนการปิดกั้น

 

หรือคอมเมนต์ที่บอกว่ารัฐบาลไม่ได้แบนเพราะประเด็นดังกล่าว

 

 

ซึ่งทางคุณโบว์ ก็ยืนยันในเรื่องของการเคารพสิทธิมนุษยชน และมองว่าเว็บไซต์นั้นควรมีความรับผิดชอบมากกว่านี้เช่นกัน..

 

การนำเสนอในประเด็นนี้ เชื่อว่าจะทำให้เกิดการพูดคุย ต่อยอดเป็นความคิดใหม่ๆ ในเรื่องของการปิดกั้นเว็บไซต์ดังกล่าว และข้อถกเถียงเรื่องการควบคุมสื่อ vs สิทธิมนุษย์ชน

ชาวแคทดั๊มบ์มีความคิดเห็นอย่างไร ลองมาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้เช่นเคยครับ..

 

เรียบเรียง #ประธานเหมียว

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

ขอฝากแคทดั๊มบ์ไว้ในอ้อมใจของผู้ติดตามทุกท่าน หากมีข้อผิดพลาดประการใด สามารถแจ้งเรามาได้ตลอดเวลา กระผมพร้อมน้อมรับนำมาแก้ไขปรับปรุงครับ ^^