พบโครงกระดูกมนุษย์หนุ่มสาว ถูกฝังหันหน้าเข้าหากันในคาซัคสถาน คาดมีอายุกว่า 4,000 ปี


เมื่อวันที่ 29 กรกฏาคม ค.ศ. 2019 ที่ผ่านมา ทีมนักโบราณคดีของประเทศคาซัคสถาน ได้ออกมาเปิดเผยการค้นพบโครงกระดูกมนุษย์ชายหญิงคู่หนึ่ง ถูกฝังอยู่ในสุสานโบราณอายุกว่า 4,000 ปีในสภาพหันหน้าเข้าหากัน

 

 

จากข้อมูลเบื้องต้นของสำนักข่าวต่างประเทศ (ซึ่งแปลมาจากภาษาคาซัคอีกที) โครงกระดูกทั้งสองเป็นของ “หนุ่ม-สาว” ที่ไม่ได้ระบุอายุยามเสียชีวิต ซึ่งถูกพบในสุสานพร้อมๆ กับซากโครงกระดูกม้า และโบราณวัตถุอีกเป็นจำนวนหนึ่ง

โดยวัตถุโบราณที่ได้รับการยืนยันแล้วนั้น ประกอบไปด้วยเครื่องประดับทอง กำไลข้อมือสัมฤทธิ์ มีด เครื่องปั้นดินเผา ลูกปัด ซึ่งเป็นหลักฐานอย่างดีว่าในยามที่มีชีวิตชายหญิงที่ถูกฝังในที่แห่งนี้น่าจะเคยเป็นคนมีฐานะพอสมควรเลย

 

วัตถุโบราณที่ยังไม่ทราบว่าคืออะไร

 

เครื่องประดับส่วนหนึ่งที่ถูกพบ

 

นับว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายมาก ที่ในรายงานการค้นพบนั้นไม่ได้มีการระบุข้อมูลรายละเอียดในหลายๆ จุดเอาไว้ ทำให้ทั้งสาเหตุการเสียชีวิตของชายหญิงคู่นี้ ร่วมทั้งเรื่องที่ว่าทั้งสองเป็นคู่รักกันจริงๆ หรือไม่นั้น ยังคงล้วนแต่ไม่ได้รับการยืนยันทั้งนั้น

 

เครื่องปั้นดินเผาที่ถูกฝังอยู่ใกล้ๆ ร่างของชายหญิงผู้ตาย

.

 

อย่างไรก็ตามด้วยความที่ในบริเวณที่มีการค้นพบโครงกระดูกทั้งสองนั้น เคยมีประวัติการณ์คนพบที่ฝังศพและโครงกระดูกอื่นๆ มาก่อนอยู่บ่อยครั้ง ทีมนักโบราณคดีจึงสันนิษฐานว่าชายหญิงคู่นี้อาจจะมีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาที่มีความขัดแย้งหรือการต่อสู้ใหญ่ครั้งใหญ่เกิดขึ้นในพื้นที่ก็เป็นได้

 

โครงกระดูกของม้าข้างๆ หลุมศพ

 

ทั้งนี้เองการค้นพบในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากฝีมือของทีมนักโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐคารากันดา ซึ่งนำทีมโดยศาสตราจารย์ภาคโบราณคดีคุณ Igor Kukushkin และในปัจจุบันการขุดค้นในครั้งนี้ก็ยังไม่ถือว่าสิ้นสุดลงแต่อย่างไรด้วย

ดังนั้นในอนาคตเราอาจจะได้รับข้อมูลเพิ่มเติมใหม่ๆ เกี่ยวกับการค้นพบในครั้งนี้ก็เป็นได้

 

ที่มา livescience, foxnews

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments