เหยื่อข่มขืนวัย 10 ขวบเข้าสู่กระบวนการทำแท้ง กลุ่มต่อต้านทำแท้งประท้วง-ขัดขวางไม่ให้ทำ


เกิดเป็นเหตุการณ์ความวุ่นวายและปะทะกันระหว่างศีลธรรมและการช่วยเหลือเหยื่อข่มขืน เมื่อมีเด็กหญิงวัย 10 ขวบได้เดินทางไปโรงพยาบาลในประเทศบราซิล จากอาการเจ็บปวดบริเวณท้องจนทราบภายหลังว่าเป็นการตั้งครรภ์…

เด็กหญิงวัย 10 ขวบจาก เมืองเซา มาทัส เอสพิริโต ซานโต ต้องเข้าโรงพยาบาลเป็นการด่วนและได้ยอมรับกับแพทย์ว่าเธอตั้งครรภ์ โดยตกเป็นเหยื่อถูกข่มขืนจากคุณลุงของเธอเองมาตั้งแต่อายุ 6 ขวบ

 

 

เธอระบุว่าไม่เคยทำการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเลย เนื่องจากถูกลุงข่มขู่มาโดยตลอด จนกระทั่งเรื่องมาแดงเมื่อถึงโรงพยาบาล ในส่วนของลุงวัย 33 ปีผู้ถูกกล่าวหานั้น ถูกฟ้องร้องและจับกุมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

 

ทางด้านเด็กหญิงได้เริ่มเข้าสู่กระบวนการทำแท้งเพื่อยับยั้งการอุ้มครรภ์ ทว่าเมื่อกลุ่มต่อต้านการทำแท้งที่เกี่ยวข้องกับลัทธิเคร่งศาสนาทราบเรื่อง จึงออกมารวมตัวกันประท้วงให้หยุดการทำแท้งในครั้ง กล่าวหาว่าสิ่งที่ทางโรงพยาบาลกำลังทำอยู่ไม่ต่างไปจากการฆาตกรรมเด็กทารกที่อยู่ในท้อง

 

 

การชุมนุมประท้วงเป็นไปด้วยความรุนแรงถึงขั้นบุกเข้าไปในโรงพยาบาล ทำลายทรัพย์สินของทางโรงพยาบาลเสียหาย ต้องเรียกให้สารวัตรทหารมาช่วยทำการคุ้มกันโรงพยาบาลและเด็กหญิงคนดังกล่าว

เนื่องจากทางกลุ่มผู้ประท้วงหัวรุนแรงนำโดย Sara Giromini ต้องการให้เปิดเผยชื่อเด็กเพื่อนำไปประณาม

 

 

สำหรับกลุ่มผู้ประท้วงในครั้งนี้มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มเคร่งศาสนา มีความพยายามในการขัดขวางผู้อำนวยการโรงพยาบาลไม่ให้เข้าไปในตัวอาคาร พร้อมกับเรียกร้องให้หยุดการทำแท้งเหยื่อที่ถูกข่มขืนอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นสิ่งที่ผิดศีลธรรม

 

 

อย่างไรก็ดี จากที่มีผู้ชุมนุมปักหลักประท้วงหน้าโรงพยาบาลจำเป็นจะต้องย้ายหนีไปอีกโรงพยาบาลที่ห่างออกไปถึง 1,400 กิโลเมตรเพื่อทำแท้งในเมืองเรซีฟีแทน เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกับผู้ชุมนุมและโรงพยาบาลในท้องถิ่นปฏิเสธที่จะทำแท้งให้

 

 

ในที่สุดแล้วเด็กหญิงก็ผ่านกระบวนการทำแท้งมาได้อย่างปลอดภัย และทางโรงพยาบาลที่รับผิดชอบกระบวนการกล่าวว่าเป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมาย มีความถูกต้องและชอบธรรม

สำหรับประเทศบราซิลนั้นมีการกำหนดกฎหมายเกี่ยวกับการทำแท้งมาตั้งแต่ปี 1940 อนุญาตให้ทำแท้งได้ในกรณีถูกข่มขืน หรือมารดามีความเสี่ยงในการอุ้มครรภ์จากภาวะเด็กในครรภ์มีความบกพร่องตั้งแต่กำเนิด

 

ที่มา: g1, theguardian, thecable, dailymail

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments