หากกล่าวถึง ‘ซีรี่ส์เรื่องโปรด’ ของใครหลายๆ คนแล้ว หากใครเคยดูเรื่อง Breaking Bad มาก่อน จะต้องมีเรื่องนี้อยู่ในดวงใจกันอย่างแน่นอน

สำหรับใครที่ยังไม่เคยดู ก็จะขอเล่าเรื่องย่อสั้นๆ ให้ฟังก็แล้วกันครับ ซีรี่ส์เรื่องที่ว่ามานี้ เป็นเรื่องราวของอาจารย์วิชาเคมี ที่เป็นคนดี อยู่ในร่องในรอยมาตลอดชีวิต

แต่อยู่มาวันหนึ่งก็พบว่าตัวเองป่วยเป็นโรคมะเร็งปอด ก็เลยกลายเป็นว่า ‘ดีแตก’ หันมาใช้ความรู้ทางวิชาเคมี ‘ผลิตยาไอซ์’ ขาย จนกลายมาเป็นพ่อค้ายา เพื่อหาเงินไปใช้ดูแลครอบครัว และค่ารักษาพยาบาลของตัวเอง

 

 

และก็บังเอิญเหลือเกิน ที่เรื่องราวที่ #เหมียวหง่าว จะนำมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังในวันนี้ มันช่างละม้ายคล้ายคลึงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเรื่อง Breaking Bad นี้เลย จะบอกว่าเป็น Breaking Bad ในชีวิตจริงก็ไม่แปลก จะเป็นอย่างไรลองไปรับชมได้เลยจ้า

เหตุการณ์ที่ว่านี้เกิดขึ้นในรัฐอาร์คันซอ ประเทศสหรัฐอเมริกา มีอาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาเคมี จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐเฮนเดอร์สัน 2 ราย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม เพราะดันไปใช้แล็ปของมหาวิทยาลัยในการ ‘ปรุงยาไอซ์’

ผู้ต้องหาก็คือนาย Bradley Allen Rowland วัย 40 ปี และ นาย Terry Batteman วัย 45 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวเมื่อช่วงบ่ายของวันศุกร์ที่ผ่านมา

 

Terry (ซ้าย) และ Rowland (ขวา)

 

จากรายงานที่เปิดเผยมาโดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า ทั้งสองคนดำรงตำแหน่งเป็นรองศาสตราจารย์ของสาขาวิชาเคมี ในมหาวิทยาลัยแห่งรัฐเฮนเดอร์สัน ที่ตั้งอยู่ในเมืองอาร์คาเดลเปีย รัฐอาร์คันซอ

ด้วยข้อหาทำการผลิตยาเสพติดประเภทยาไอซ์ (เมทแอมเฟตามีน) และมีอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดเอาไว้ในครอบครอง

 

 

หลังจากเหตุดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ทางคณะวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยก็ถึงกับสั่งปิด เพื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียดเลยทีเดียว

จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาทั้งสองคนใช้ห้องแล็ปของสาขาวิชาเคมีในการปรุงยาขึ้นมา เพราะพบร้องรอยของสาร Benzyl Chloride (เบนซิล คลอไรด์)

ซึ่งเป็นสารเคมีที่เกิดจากการสังเคราะห์ในระหว่างการปรุงเมทแอมเฟตามีนขึ้นมานั่นเอง

 

 

อย่างไรก็ตา่มตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังทำการตรวจสอบเพิ่มเติมว่าผู้ต้องหาทั้งสองคน นำยาเสพติดเหล่านี้ไปทำอะไรกันแน่ นำไปขายต่อ เก็บไว้เสพย์เอง หรืออาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งค้ายาหรือไม่

เพราะหากเป็นเช่นนั้นจริง จะต้องมีการตั้งข้อหาเพิ่มเติม ก็คงต้องติดตามข่าวกันต่อไปอย่างใกล้ชิดแล้วล่ะครับ หากมีความคืบหน้าอะไร เราจะนำมารายงานให้เพื่อนๆ ได้ทราบกันต่ออย่างแน่นอน

 

ที่มา : dailymail, katv

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์