ชาวเน็ตเดือดขึ้น #ผู้กองเบนซ์ อีกรอบ ในประเด็นเกือบเป็นตุ๊ดเพราะติดมาจากจิตใต้สำนึก


ในช่วงวันที่ 7 พฤษภาคม ที่ผ่านมา บนโลกทวิตเตอร์เริ่มมีประเด็นของ #ผู้กองเบนซ์ ติดเทรนด์มาอีกรอบ หลังจากที่เคยถูกพูดถึงในกรณีของการมองวิกฤตให้เป็นโอกาสในช่วงไวรัส COVID-19 ระบาด และการเอาแต่โวยวายเป็นที่วิกฤตหรือเป็นที่วินัยของตัวเอง

 

 

ล่าสุดนี้ชาวเน็ตก็เดือดกับคลิปของผู้กองที่กำลังเป็นกระไวรัลและพูดถึงมากในช่วงนี้ เมื่อเขาออกมาเล่าเรื่องว่าเมื่อก่อนเกือบเป็นกะเทย

เนื่องจากเมื่อก่อนเข้าไปเรียนมหาวิทยาลัยในคณะที่มีผู้ชายน้อย โดยเฉพาะในกลุ่มเพื่อนสนิทกันมีผู้ชายอยู่แค่ 2 คน อีกหนึ่งคนเป็นเพศชาย จนเห็นทำมือทำไม้ท่าทางต่างๆ แบบนั้นเป็นเพราะจิตใต้สำนึกติดมาตั้งแต่สมัยเรียน

 

 

“ผมเกือบเป็นตุ๊ดนะเว้ย ผมเกือบเป็นกะเทยเชื่อป่ะ เพราะว่าอะไร เพราะว่าผมเข้าไปเรียนที่มหาวิทยาลัยศิลปากร คณะอักษรศาสตร์ แล้วคณะนี้นะเพื่อนแม่ง 800 คน แม่งมีผู้ชายแค่ 80 คน ฉิบหาย กูเกือบแบบอีเบนซ์เลยอ่ะ คือจะเป็นอีเบนซ์ได้เลย เพราะอะไร เพื่อนในกลุ่มที่สนิทๆ กันมีอยู่ 30 คน 2 คนจ้าเป็นผู้ชาย 2 คนเท่านั้นจ้า แล้วอีกคนหนึ่งเป็นแค่เพศชายจ้า กูชายแท้นะ คุณอาจจะเห็นผมทำมือทำไม้ คือบอกได้เลยแม่งเป็นจิตใต้สำนึก ติดมาตั้งแต่กูเรียนอักษรศิลปากรจ้า เกือบเป็นอีเบนซ์แล้ว ณ เวลานั้น ถ้าวันนั้นไม่ตัดสินใจลาออกมานะ จบ”

 

ภายหลังจากที่คลิปดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นกระแสไวรัลที่ถูกพูดถึงบนโลกออนไลน์ ทางด้านชมรม นะจ๊ะ LGBTQ+ อักษรฯ ศิลปากร ได้ออกมาเคลื่อนไหวโพสต์เนื้อหาพร้อมภาพเพื่อคัดค้านทัศนคติของผู้กองเบนซ์ที่มีต่อเพศทางเลือก เพื่อให้เข้าใจถึงความเท่าเทียมและความหลากหลาย และไม่ให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดต่อเพศวิถี

 

https://www.facebook.com/naja.aksorn/photos/a.1459814577610944/2689020301357026/?type=3&theater

 

ใจความจากชมรม นะจ๊ะ LGBTQ+ อักษรฯ ศิลปากร

จากกรณีที่มีคลิปไวรัลในขณะนี้ ที่พูดถึงชีวิตของผู้ของเบ๊นซ์ในฐานะอดีต นศ. คณะอักษรศาสตร์ ศิลปากร พร้อมพูดถึงเพศวิถีในคณะ ทางชมรม นะจ๊ะ อักษรฯ จึงเกรงว่าสังคมจะเกิดความเข้าใจผิดต่อเพศวิถี โดยเฉพาะกับทางชมรม และ คณะ จึงขออธิบาย และ แก้ไขความเข้าใจดังนี้

 

1. ‘ผมเคยเกือบเป็นตุ๊ด เกือบเป็นกะเทย..’

ไม่ควรพูด เพราะทำให้คนคิดว่า เพศนี้เลือกเป็น หรือไม่เป็นได้ ภาระจะไปตกกับ ทรานส์ หรือ เควียร์ ที่ทางบ้านเชื่อว่าเลิกเป็นได้ หรือ เป็นตามแฟชั่น นำไปสู่ความรุนแรงในครอบครัวได้ เพราะความเข้าใจผิดเช่นนี้

 

2. ‘เพราะเรียนอักษร ศิลปากร มีเพื่อนผู้ชายในรุ่นแค่ 80 คน บลาๆ’

จริงๆ แล้ว สถานที่ หรือ สังคมไม่สามารถเปลี่ยนหรือสร้างให้เราเป็นเพศใดใดได้ ในฐานะที่ผู้กองเบ๊นซ์เป็นบุคคลสาธารณะ คำพูดนี้อาจจะทำให้ผู้ปกครอง(ที่ไม่สนับสนุนความหลากหลาย) เข้าใจสังคมของที่นี่ผิด และไม่ส่งเสริมให้น้องๆรุ่นหลังเข้ามาเรียนที่นี่ได้

และเราทุกคน ควรเลิกใช้คำว่า ‘เพศทางเลือก’ ได้แล้ว เพราะไม่ใช่ว่าจะเลือกเป็นกันตามใจ

 

3.’ผมชอบทำมือทำไม้ เพราะติดมา..’

อัตลักษณ์ของคนเป็นเกย์ ทรานส์ อาจจะไม่ต้องสะบัดมือไม้ไปมาเช่นนั้น และอัตลักษณ์ของผู้ชาย ก็ไม่จำเป็นต้อง ขึงขัง แมนๆ เตะบอล ถ่อยๆ คุณสามารถมีความอ่อนโยน จริตจะกร้านได้ เพราะมันเปลี่ยน sexual orientation ของคุณไม่ได้

 

แต่การไปผลิตซ้ำว่าผู้ชายต้องมีคาแรคเตอร์แบบนี้ๆๆ มันจะสร้างสิ่งที่เรียกว่า toxic musculinity ที่ทำให้ผู้ชายเครียดกว่าผู้หญิง เพราะต้องห้ามอ่อนแอ ห้ามร้องไห้ ต้องแข็งแกร่งตลอดเวลา แบกรับ ‘ความเป็นชาย’ จนลืมไปว่า เราก็เป็นคนๆนึง มนุษย์ผู้ชาย มันต้องอะไรนักหนา ทำให้เพศชายมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงกว่าเพศหญิง

 

แต่ส่วนตัวก็คิดว่า เรื่องพวกนี้ไม่ใช่แค่ผู้กองเบนซ์ แต่ก็คือทุกคนในสังคม ที่ต้องเรียนรู้ไปพร้อมๆกัน นี่ไม่ใช่การเหยียด แต่เป็นการไม่ตระหนักรู้ ignorance ต่อเรื่องของเพศวิถี

 

ทางชมรม นะจ๊ะ อักษรฯ ในฐานะนักศึกษาจากคณะที่สอนให้คนเข้าใจความเป็นมนุษย์มากขึ้น จึงขอให้สังคมเปิดใจและเข้าใจความหลากหลายในสังคม และอยู่ด้วยกันอย่างมีขันติธรรม

 

นะจ๊ะ อักษรฯ

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวเลเซอร์

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments