“เฉาก๊วย” แมวจรผู้มากับสายฝน ชีวิตพลิกผันสู่เจ้านายผู้เป็นทุกอย่างให้ทาส


การที่เราไม่มีแมวเป็นของตัวเอง ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ใช่ทาสแมว อย่างชายหนุ่มที่ชื่อหนึ่ง แม้จะไม่ได้เลี้ยงแมว แต่ห้องของเขามีอาหารแมวไม่เคยขาด

อย่างไรก็ตาม คุณหนึ่งได้กลายเป็นทาสแมวแบบเต็มตัวเมื่อปี 2560 หลังจากที่ได้เจอกับแมวจรตัวหนึ่ง และมันตัดสินใจเลือกเขาเป็นทาส

 

 

เรื่องมีอยู่ว่ากลางดึกของคืนหนึ่ง ขณะที่ฝนตกพรำๆ คุณหนึ่งได้ยินเสียงแมวร้อง เขาจึงลองเรียกมันดู ปรากฏว่าเจ้าเหมียวตัวนั้นได้ร้องตอบกลับมาด้วย นั่นทำให้ชายเห็นว่ามันนั่งอยู่บนกำแพง

อันที่จริงคุณหนึ่งให้อาหารแมวจรจัดในละแวกนั้นมาตลอด แต่สำหรับเจ้าเหมียวตัวนี้เขาไม่เคยเห็น ไม่คุ้นหน้ามันเลย น้องเป็นแมวสีดำตัวเล็กๆ ซึ่งไม่รู้ว่ามาจากไหน

 

 

ด้วยความที่ละแวกนั้นมีแมวเจ้าถิ่นอยู่ น้องแมวดำจึงไม่กล้าเข้าใกล้คุณหนึ่งมากไปกว่านั้น แต่มันก็ไม่ได้ไปไหน

กระทั่งเช้าวันต่อมา คุณหนึ่งพยายามเข้าหาเจ้าเหมียวอีกครั้ง โดยไปซื้อไก่ให้น้องกิน และนั่งเฝ้าจนน้องกินหมด เพราะกลัวว่าจะโดนแมวตัวอื่นมาแย่ง

 

 

ระหว่างนั้นคุณหนึ่งสังเกตว่าเจ้าเหมียวอ่อนโยนมากๆ นางเป็นแมวนิสัยดี จับเนื้อต้องตัวได้ ผิดกับแมวจรตัวอื่นๆ ที่แม้เขาให้อาหารทุกวัน แต่พวกมันไม่เคยให้สัมผัสตัวเลย

เมื่อเป็นแบบนี้ คุณหนึ่งจึงลองเรียกให้น้องแมวเดินตามเข้าไปในตึก เผื่อว่าวันหลังมันหิว มันจะได้กล้ามาขอ ปรากฏว่าน้องก็เดินตามมาจริงๆ เขาจึงนั่งเล่นกับมันอีกสักพัก เพื่อสร้างความคุ้นเคย ก่อนจะกลับขึ้นห้องไป

 

 

แม้คุณหนึ่งจะคอยดูแลเจ้าเหมียวอยู่ห่างๆ แต่ดูเหมือนชีวิตของมันจะไม่ปลอดภัยสักเท่าไหร่ เพราะมีแมวจรอีกตัวหนึ่งคอยรังแกมันตลอด

คุณหนึ่งจึงตัดสินใจอุ้มน้องแมวดำกลับไปไว้บนห้องของเขา ระหว่างนั้นเขาได้คิดไตร่ตรองกับตัวเองสักพักใหญ่ๆ จนได้คำตอบว่าเขาจะเลี้ยงมันไว้

 

 

หลังจากที่ตัดสินใจเลี้ยงเจ้าเหมียวดำตัวนี้อย่างเป็นทางการ คุณหนึ่งก็ตั้งชื่อให้มันว่า เฉาก๊วย ว่าแล้วเขาก็ลงมือทำหน้าที่ทาสแมวอย่างเต็มตัว

คุณหนึ่งอาบน้ำให้เฉาก๊วย กำจัดเห็บหมัดให้ สั่งทรายแมว กระบะทรายแมว รวมไปถึงอาหารแมวดีๆ ที่น่าทึ่งคือ เฉาก๊วยให้ความร่วมมือกับทาสคนใหม่ทุกอย่าง มันไม่ข่มขู่หรือมีท่าทีขัดขืนเลย แถมยังยอมให้ตัดเล็บด้วย

 

 

เฉาก๊วยเป็นแมวร่าเริง นิสัยดี อ่อนโยน ซุกซนบ้างบางครั้ง แต่เมื่อโดนดุ นางจะนิ่งทันที คือ ถึงแม้ว่านางจะเคยเป็นแมวจร แต่นางเข้าใจภาษาคน พูดอะไรเชื่อฟังหมด อะไรที่ทาสห้ามทำ นางก็จะไม่ทำ

นอกจากนี้ เฉาก๊วยจะเข้านอนและตื่นพร้อมทาสตลอด โดยนางจะยอมให้คุณหนึ่งนอนกอดแต่โดยดี

 

 

ด้วยความเป็นแมวว่านอนสอนง่าย คุณหนึ่งเลยหากิจกรรมสนุกๆ ทำร่วมกัน นั่นคือ จับเฉาก๊วยแต่งตัว โดยไม่ว่าจะให้ใส่ชุดอะไร นางก็ยอมใส่หมด รวมไปถึงวิกผมและแว่นตาด้วย

จริงๆ แล้ว คุณหนึ่งแอบเลี้ยงเฉาก๊วยอยู่นะ เพราะที่นั่นไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์เด็ดขาด (แต่สัตว์จรจัดที่อยู่ข้างล่างตึกเป็นกรณียกเว้น)

 

 

ต่อมา คุณหนึ่งต้องย้ายไปอยู่ที่ใหม่ ซึ่งก็ไม่ให้เลี้ยงสัตว์เหมือนกัน แต่เขาก็แอบพาเฉาก๊วยเข้าไปอยู่ด้วย ซึ่งวันแรก งานก็เข้าเลย เพราะน้ำไม่ไหล

คุณหนึ่งจำเป็นต้องเรียกนิติมาจัดการปัญหานี้ให้ ขณะเดียวกัน เขาต้องไม่โป๊ะแตกเรื่องที่แอบเลี้ยงเฉาก๊วยเด็ดขาด ดังนั้น เขาจึงจับเจ้าเหมียวไปซ่อนตัวในตู้เสื้อผ้า

 

 

เฉาก๊วยเองเหมือนจะรู้งาน มันซ่อนตัวอยู่ในตู้เสื้อผ้าโดยไม่ส่งเสียงดังเลย กระทั่งนิติจัดการปัญหาเสร็จ ซึ่งกินเวลาไปประมาณ 10 นาที

เมื่อนิติออกไป คุณหนึ่งก็รีบพาเฉาก๊วยออกจากตู้เสื้อผ้าทันที โดยเขารู้สึกขอบคุณมันมากที่ให้ความร่วมมือ

 

 

ทุกวันนี้ เฉาก๊วยมีชีวิตที่ดีมากๆ แม้ต้องใช้ชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ แต่มันมีอิสระ และมีทุกอย่างที่ต้องการ เพราะคุณหนึ่งคอยสนองทุกความต้องการของมันเสมอ

ทุกครั้งที่มีเวลาว่าง คุณหนึ่งเลือกที่จะอยู่กับเฉาก๊วย เพราะเขาอยากให้เวลามันมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้มันรู้สึกโดดเดี่ยว และมันจะได้รู้ว่าเขารักมันมากแค่ไหน

 

 

เฉาก๊วยและแฟนสาวของเขา

 

เอาที่สบายใจเลยนุด

 

เฉาก๊วยที่ไม่ใช่ขนมหวาน แต่เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง

 

อุ๊ตะ กระโปรงเปิด

 

ไหน ใครทีมโค้ชเฉาก๊วย ยกมือขึ้น

 

เป็นทุกอย่างให้ทาสแล้วจริงๆ

 

จากแมวจรในวันนั้นสู่เจ้านายในวันนี้

 

ที่มา Somporn Thongyim

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments