ปัญหาเรื่องคนไร้บ้านนั้น ถือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก แน่นอนว่าบางครั้งพวกเขาก็ไม่ได้ต้องการอยากจะกลายมาเป็นคนไร้บ้าน

มันอาจจะเกิดจากปัญหาบางอย่าง และทางเลือกที่มีอยู่น้อยนิด จนทำให้พวกเขาลงเอยด้วยการต้องออกมานอนอยู่ข้างถนน และต้องอดทนกับความหิวโหยก็เป็นได้

และนี่คือเรื่องราวของเด็กชายวัย 10 ขวบ ชื่อว่า Chase Hansen ที่เลือกจะปฏิบัติกับเหล่าคนไร้บ้านอย่างเป็นมิตร ด้วยการพาพวกเขาไปนั่งกินข้าวแล้วพูดคุยด้วยกัน

 

 

ส่วนที่ว่าทำไมเด็กชายถึงต้องทำแบบนี้นั้น ก็คงต้องย้อนกลับไปเมื่อราวๆ 6 ปีก่อน ตอนที่ Chase ยังอายุได้ 4 ขวบ

เขาบังเอิญเห็นคนไร้บ้านคนหนึ่งยืนอยู่ที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าในเมือง Salt Lake City ก็เลยเกิดความสงสัยและถามพ่อว่า “คนพวกนี้เป็นใครครับพ่อ?”

พอได้ทราบคำตอบว่าเป็น ‘คนไร้บ้าน’ แล้ว Chase ก็สงสัยและไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเขาถึงไม่มีที่ให้กลับไป จึงนำไปสู่การพยายามหาคำตอบ

 

Chase และคุณพ่อ

 

ด้วยความช่วยเหลือของคุณพ่อ Chase ได้ริเริ่มโปรเจกต์ที่ชื่อว่า Empathy (การเอาใจใส่) ขึ้นมา

เป็นองค์กรที่จะคอยช่วยเหลือเหล่าคนไร้บ้าน คอยมอบสิ่งต่างๆ ที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตอยู่ข้างถนน ให้กับคนไร้บ้าน

ช่วงแรกๆ Chase และคุณพ่อได้ชวนกันนำเงินส่วนตัวของตัวเองไปซื้อสมูธตี้ เพื่อมอบให้กับเหล่าคนไร้บ้านที่อาศัยอยู่บริเวณที่จอดรถ บ้างก็ชวนพวกเขาไปนั่งรับประทานอาหารด้วยกัน อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

หลังจากนั้นองค์กร Empathy ของทั้งสองคนก็เริ่มใหญ่โตขึ้นมาเรื่อยๆ มีคนอาสามาให้ความช่วยเหลือ มีคนบริจาคเงินให้ ทำให้องค์กรดูเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา

“ผมรู้คำตอบแล้วว่าพวกเขาก็เป็นมนุษย์เหมือนกับพวกเรานี่แหละ พวกเขาต้องการที่จะได้รับความสนใจ ต้องการเพื่อน พวกเขาไม่ต้องการที่จะอยู่บนโลกใบนี้อย่างโดดเดี่ยว มันคงจะเหงาน่าดูเลย” Chase กล่าว

ตั้งแต่ก่อตั้งองค์กร Empathy ขึ้นมา ตอนนี้ Chase และคุณพ่อได้ดำเนินการเลี้ยงอาหารให้กับเหล่าคนไร้บ้านไปแล้วกว่า 150 คน และเดินทางไปยังลาสเวกัส กับเมืองฟินิกซ์ เพื่อแจกจ่ายอาหารให้กับเหล่าคนไร้บ้านมาแล้ว

ด้วยเหตุนี้เองทำให้หน่วยงานของรัฐบาลมอบรางวัลเพื่อเป็นเกียรติให้กับเด็กชาย Chase ที่ได้ทำสิ่งดีๆ ให้กับสังคมอีกด้วย

 

 

เป็นเด็กที่สุดยอดจริงๆ เลยนะ ขอเป็นกำลังใจให้น้องสู้ต่อไปนะจ๊ะ ><

 

ที่มา : inspiremore, projectempathy

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์