ยูเครนประกาศรื้อถอน “โลงหิน” ที่ปิดผนึกโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิล คาดแล้วเสร็จในปี 2023


581 shares

ย้อนกลับไปในปี 1986 ราวๆ 2 เดือนหลังจากเหตุการณ์ภัยพิบัติไม่คาดฝันที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลคนงานของสหภาพโซเวียตร่วม 600,000 ชีวิต ได้เสี่ยงชีวิตสร้าง “โลงหิน” (Sarcophagus) ขนาดใหญ่จากเหล็กและปูน ครอบพื้นที่เครื่องปฏิกรณ์ของโรงไฟฟ้าเอาไว้ เพื่อป้องกันการรั่วไหลของวัสดุกัมมันตรังสี

 

โลงหินปกปิดส่วนที่อันตรายของโรงไฟฟ้า

 

โลงหินแห่งนี้ต่อสู้กับทั้งกัมมันตรังสีและสภาพอากาศมานานหลายทศวรรษ และค่อยๆ เสื่อมโทรมลงเรื่อยๆ ทีละน้อย จนกระทั่งถึงจุดที่มันคงจะพังลงในอนาคตอันใกล้

ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทางรัฐบาลของยูเครนจึงได้มีการออกมาประกาศจ้าง บริษัทดูแลและจัดการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ให้มาทำการรื้อถอน โดยมีกำหนดการที่จะแล้วเสร็จภายในปี 2023 ที่จะถึงนี้

 

 

อาจจะเป็นการตัดสินใจที่น่ากลัวสำหรับหลายๆ คน แต่ในความเป็นจริงแล้วการรื้อถอนในครั้งนี้ ได้รับการยืนยันแล้วว่าจะไม่ทำให้กัมมันตรังสีรั่วไหลออกมาอย่างแน่นอน

นั่นเป็นเพราะในปี 2016 ทางการยูเครนนั้นได้มีการสร้างสิ่งก่อสร้างเหล็กขนาดใหญ่ที่ชื่อ “New Safe Confinement” โดมคลุมโรงไฟฟ้าพร้อมๆ กับคลุมโลงหินไว้อีกชั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเจ้าสิ่งก่อสร้างเหล่านี้เอง ก็จะทำหน้าที่แทนโลงหินที่กำลังจะหมดอายุไขต่อไป

 

New Safe Confinement ซึ่งคลุมโรงไฟฟ้าไปพร้อมๆ กับโลงหิน

.

 

New Safe Confinement นั้นออกแบบมาใช้สามารถทำหน้าที่เก็บกักกัมมันตรังสีไปได้อีกนานกว่า 100 ปี และทนทานมากพอที่จะรับพายุทอร์นาโดได้ตรงๆ ซึ่งผิดจากโลงหินด้านล่างที่สร้างขึ้นอย่างเร่งรีบเพื่อกักกันกัมมันตรังสีในช่วงที่เกิดภัยพิบัติ

ทั้งนี้เองแม้ว่าตัวโลงหินจะใกล้พังเต็มทนแล้วก็ตาม การรื้อถอนก็ยังคงเป็นสิ่งที่ท้าทายอยู่ดี เพราะนอกจากเรื่องสารกัมมันตรังสีแล้ว การรื้อถอนโลงหินก็ไม่สามารถใช้การทุบทำลายตามปกติได้

 

ภายในโดม New Safe Confinement

 

โดยตามกำหนดการแล้ว เจ้าหน้าที่จะต้องทำการแยกชิ้นส่วนของโลงหินออกมาทีละชิ้น และนำออกจากพื้นที่ไปขจัดการปนเปื้อน ในขณะที่ต้องมีการทำโครงเหล็กป้องกันไม่ให้โลงหินถล่มก่อนเวลาอันควรไปในเวลาเดียวกัน และทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนสามารถนำโลงหินออกมาได้ทั้งหมด

ซึ่งหากคำนวนค่าใช้จ่ายทั้งหมดของกระบวนการเหล่านี้แล้ว ผู้เชี่ยวชาญก็คาดกันว่าการรื้อถอนในครั้งนี้ อาจจะต้องใช้งบประมาณมากถึง 78 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราวๆ 2,400 ล้านบาทเลยทีเดียว

 

ที่มา livescience, chnpp, sciencealert และ ladbible

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

581 shares
ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments
Choose A Format
Story
Formatted Text with Embeds and Visuals
Image
Photo or GIF
Ranked List
Upvote or downvote to decide the best list item
Open List
Submit your own item and vote up for the best submission
Poll
Voting to make decisions or determine opinions