มันเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าด้วยการแพร่ระบาดรุนแรงของโรคโควิด-19 ในช่วงปี 2020 ประเทศจีนซึ่งถูกระบุว่าเป็นต้นกำเนิดของโรคร้าย

นั่นจึงทำให้จีน ถูกโจมตีและว่าร้ายจากหลายๆ ฝ่ายอยู่เสมอ

 

 

อย่างไรก็ตามเมื่อล่าสุดนี้เอง เราก็มีงานวิจัยชิ้นใหม่จากสถาบันวิทยาศาสตร์จีน ก็เพิ่งจะมีการออกมานำเสนอการค้นคว้าต้นกำเนิดโรคโควิด-19

โดยพวกเขาอ้างว่า ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ตัวนี้ แท้จริงแล้วมีต้นตอมาจากอินเดีย ไม่ใช่ประเทศจีน เพียงแค่ว่ามันมาปรากฏที่เมืองอู่ฮั่นเป็นที่แรกก็เท่านั้น

 

 

อ้างอิงจากในงานวิจัยชิ้นนี้ นักวิทยาศาสตร์ได้ใช้การวิเคราะห์ที่เรียกว่า Phylogenetic Analysis ศึกษาการกลายพันธุ์และหาที่มาของไวรัส SARS-CoV-2 ซึ่งก็พบว่า

ไวรัสตัวที่พบในอู่ฮั่นไม่ใช่ตัวที่กลายพันธุ์น้อยที่สุด ซึ่งหมายความว่ามันไม่ใช่ไวรัสกลุ่มแรกๆ ที่ปรากฏตัวขึ้นในโลก กลับกับตัวอย่างเชื้อของอินเดียและบังกลาเทศมีการกลายพันธุ์ต่ำที่สุด

และหากประเมินจากการกลายพันธุ์ที่พบ ไวรัสดังกล่าวก็น่าจะปรากฏขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคม หรือสิงหาคม ของปี 2019 ซึ่งข้อมูลในจุดนี้ตรงกับทฤษฎีที่ออกมาของหลายๆ ประเทศ

 

ประเทศทั้งหมดนอกจากจีน ที่ผลศึกษาระบุว่า มีการกลายพันธุ์ของไวรัสต่ำ

 

ดังนั้น ทีมนักวิทยาศาสตร์จึงตรวจสอบภูมิศาสตร์และประวัติต่างๆ ของอินเดียและบังกลาเทศจนพบว่า ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน 2019 ได้เคยมีเหตุคลื่นความร้อนปกคลุมอินเดียเป็นเวลานาน

ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว ได้ทำให้เกิดการแย่งแหล่งน้ำระหว่างมนุษย์กับสัตว์ป่าบ่อยครั้ง เพิ่มโอกาสการติดเชื้อจากสัตว์ป่าข้ามสู่มนุษย์อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

ภาวะความแห้งแล้งจากคลื่นความร้อนในปี 2019

 

ดังนั้นจากข้อมูลที่มี ทีมนักวิจัยจึงได้ลงความเห็นกันว่าไวรัส SARS-CoV-2 แท้จริงแล้วน่าจะมีจุดเริ่มต้นมาจากอินเดียในช่วงเวลานี้มากกว่านั่นเอง

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ประเทศจีนมีการกล่าวโทษประเทศอื่นๆ ว่าเป็นต้นกำเนิดของโรคโควิด-19 แต่อย่างไร เพราะที่ผ่านๆ มาจีนก็เคยโทษว่าสหรัฐอเมริกา หรืออิตาลีเป็นต้นกำเนิดของ โรคโควิด-19 มาแล้ว

 

และแน่นอนว่างานวิจัยใหม่นี้เอง ก็มีผู้ไม่เห็นด้วยเป็นจำนวนมากเช่นกัน เพราะสำหรับพวกเขาแล้ว การหาตัวไวรัสที่กลายพันธุ์น้อยที่สุดนั้น ถือเป็นอคติมากกว่าการกระทำที่น่าเชื่อถือ

ที่สำคัญการที่ไวรัสกลายพันธุ์ไปมากน้อยแค่ไหนเอง ก็ไม่ใช่อะไรที่จะสามารถชี้ได้เลยว่าโรคโควิด-19 มีจุดเริ่มต้นจากที่ไหน

 

 

ที่มา metro, dailymail, khaosod

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...