พบเม็ดดินเหนียวสลักรูปหญิงเปลือยพร้อม “สคารับดินเผา” ที่อิสราเอล คาดมีอายุถึง 3,500 ปี


ภายในเมือง “Rehob” นครเก่าแก่อายุ 3,500 ปีอันเป็นหนึ่งในแหล่งโบราณคดีสำคัญของประเทศอิสราเอล ทีมนักโบราณคดีได้ทำการค้นพบเม็ดดินเหนียวโบราณจำนวนห้าเม็ด พร้อมกับสคารับ (แมลงปีกแข็งของอียิปต์) ที่ทำจากเครื่องดินเผา

 

หนึ่งในเม็ดดินเหนียวที่ถูกพบ

 

เม็ดดินเหนียวที่ถูกพบในครั้งนี้ มีจุดเด่นอยู่ที่พวกมันจะถูกสลักรูปของผู้หญิงเปลือยอกเอาไว้ โดยนักโบราณคดีคาดว่าน่าจะเป็นรูปสลักของเทพ “Asherah” หรือ “Ashtarte” ผู้เป็นเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์ (และภาวะเจริญพันธุ์) ของชาวอียิปต์ ซึ่งในเวลานั้นมีอานาจักรใหญ่โตครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของอิสราเอล

อ้างอิงจากคุณ Amihai Mazar นักโบราณคดีที่มหาวิทยาลัยฮิบรูแห่งเยรูซาเล็ม ดูเหมือนว่าในอดีตเม็ดดินเหนียวเหล่านี้จะถูกพบได้บ่อยๆ ตามแหล่งโบราณคดีในพื้นที่ที่ถูกปกครองโดยอียิปต์ในอดีต และถูกใช้เป็นอุปกรณ์ในการทำพิธีกรรมประจำบ้านเกี่ยวกับการเจริญพันธุ์ของสตรีมาก่อน

 

เม็ดดินเหนียวสลักรูปแบบคล้ายๆ กันที่เคยถูกพบในอดีต

 

ส่วนสคารับที่ถูกพบนั้น เป็นผลงานที่ทำขึ้นจากแร่สเตไทท์ ซึ่งมีการสลักชื่อของชายที่เสียชีวิตไปแล้วนามว่า “Amenemhat” ผู้ซึ่งเคยทำหน้าที่เป็น “เสมียนของผู้ดูแลสิ่งผนึก” เอาไว้

โดย “สิ่งผนึก” ที่เขียนไว้ในตำแหน่งของเขานั้นเป็นไปได้ว่าจะหมายถึงผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบซึ่งในอดีตต้องถูกดูแลโดยฝ่ายบริหารประเทศนั่นเอง

 

ด้านข้างของสคารับที่ถูกพบ

 

วัตถุโบราณทั้งสองชนิดนี้ถูกค้นพบพร้อมๆ กันอยู่ในอาคารขนาดใหญ่ในตัวแหล่งโบราณสถาน ซึ่งแม้ว่าจะยังคงขุดค้นไม่เสร็จดีนัก แต่ก็เป็นไปได้ว่าในอดีตน่าจะเคยเป็นส่วนหนึ่งของราชวัง อาคารบริหาร หรือไม่ก็ที่อยู่อาศัยของชนชั้นสูงมาก่อน

น่าเสียดายที่ในปัจจุบันทีมนักโบราณคดียังไม่อาจบอกได้ว่าเพราะเหตุใด วัตถุโบราณอย่างสคารับของเสมียนของผู้ดูแลสิ่งผนึก จึงมาถูกเก็บไว้ในอาคารเดียวกับเม็ดดินเหนียวที่ใช้ในพิธีกรรมเกี่ยวกับการเจริญพันธุ์ได้ เพราะในพื้นที่นั้นไม่เคยมีหลักฐานของคนชื่อ Amenemhat มาก่อนเลย

 

อักษรไฮเออโรกลีฟบนสคารับ

 

เป็นไปได้ว่าคนชื่อ Amenemhat นั้นแท้จริงแล้วจะไม่ได้อาศัยอยู่ที่เมือง Rehob เลยด้วยซ้ำ และสคารับของเขาเองก็มาอยู่ที่นี่เพียงแค่เพื่อเป็นหลักฐานว่าเมืองแห่งนี้ถูกปกครองโดยอียิปต์ก็เท่านั้น

แต่ไม่ว่าสาเหตุที่วัตถุโบราณเหล่านี้ถูกค้นพบในที่เดียวกันจะเป็นเพราะอะไรก็ตาม สุดท้ายแล้วทีมนักโบราณคดีก็ยังจำเป็นต้องสำรวจหาหลักฐานในพื้นที่แห่งนี้กันต่อไปอยู่ดี

 

ที่มา thesun, dailymail และ livescience

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments