เพื่อนๆ เคยได้ยินเรื่องราวของฮิปโปโปเตมัสของประเทศโคลอมเบียกันมาก่อนไหม? สัตว์ชนิดนี้เดิมทีแล้วไม่ใช่สัตว์ในท้องถิ่นของประเทศนี้ แต่มันถูกนำเข้าประเทศมาโดยราชาโคเคนอย่าง “ปาโบล เอสโคบาร์” และหลุดออกสู่แหล่งน้ำไม่นานหลังปาโบล เอสโคบาร์ถูกยิง ซึ่งทำให้เกิดปัญหาฮิปโปล้นประเทศโคลอมเบียมาอย่างยาวนาน

(อ่านเรื่องราวเหล่านี้แบบเต็มๆ ได้ที่ รู้หรือไม่ ราชาโคเคน “ปาโบล เอสโคบาร์” เคยทำให้ “ฮิปโปโปเตมัส” ล้นประเทศโคลอมเบีย)

 

 

เรื่องราวของสัตว์ต่างถิ่นเช่นนี้ตามปกติแล้วมักจะถูกมองจากนักวิทยาศาสตร์ว่ามีพิษภัยต่อระบบนิเวศเป็นอย่างมากและแทบจะไม่มีประโยชน์ใดๆ เลย อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าปัญหาของฮิปโปที่เกิดขึ้นในครั้งนี้อาจจะพิเศษกว่าปัญหาสัตว์ต่างถิ่นทั่วไปก็เป็นได้ เพราะเมื่อล่าสุดนี้เองเราได้มีนักวิทยาศาสตร์ที่ออกมาบอกว่า

จริงๆ แล้วการมีฮิปโปซึ่งเป็นสัตว์ต่างถิ่นอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำประเทศโคลอมเบียนั้น อาจจะเป็นเรื่องที่ดีต่อระบบนิเวศกว่าที่เราคิดก็เป็นได้

 

 

อ้างอิงจากในงานวิจัยชิ้นใหม่ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Scientific American reported in February กุญแจสำคัญที่ทำให้ฮิปโปมีประโยชน์ต่อระบบนิเวศกว่าที่คิดนั้น มีเหตุผลหลักๆ คือมันเป็นสัตว์กินพืชที่มีขนาดใหญ่นั่นเอง ซึ่งลักษณะเหล่านี้ ทำให้มูลของพวกมันมีประโยชน์กับพื้นดินในพื้นที่แบบสุดๆ ในฐานะของปุ๋ย

โดยทางนักวิจัย ทราบถึงความเป็นไปได้นี้จากการตรวจสอบและศึกษาระบบนิเวศของโลกเมื่อยุคสมัยไพลสโตซีน ซึ่งกินเวลาตั้งแต่เมื่อราวๆ 2.6 ล้านปีก่อนจนถึงเมื่อประมาณ 11,700 ปีที่แล้ว โดยในช่วงเวลานี้ได้เกิดเหตุการณ์การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ของสัตว์กินพืชขนาดใหญ่หลายชนิดขึ้น และทำให้สารอาหารในดินลดลงอย่างไม่น่าเชื่อ

 

 

นั่นหมายความว่าตามปกติแล้วสัตว์กินพืชขนาดใหญ่ อาจเป็นตัวการสำคัญที่ช่วยให้ดินมีสารอาหารเพียงพอต่อความต้องการของพืชหลายๆ ชนิดเลยก็เป็นได้ และด้วยเหตุนี้เองสัตว์อย่างฮิปโปโปเตมัส ที่มีความคล้ายคลึงกับสัตว์กินพืชโบราณอย่าง Trigonodops lopesi สูงเอง จึงมีโอกาสที่จะเป็นผู้สร้างสารอาหารตัวสำคัญในดินเช่นกัน

หากเป็นเช่นนั้นจริงๆ มันก็มีความเป็นไปได้สูงที่ว่าสัตว์อย่างฮิปโปนั้น อาจจะมีประโยชน์ในด้านการรักษาสภาพดินในแหล่งหลายแห่งในโลกกว่าที่เราเคยคาดไว้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่สูญเสียสัตว์กินพืชขนาดใหญ่ขอตัวเองไป

ซึ่งในกรณีของอเมริกาใต้เอง พวกเขาก็เคยมีสัตว์กินพืชขนาดใหญ่อย่างลามะยักษ์หรือ “Hemiauchenia Paradoxa” เป็นของตัวเองเหมือนกัน เพียงแต่มันสูญพันธุ์ไปเมื่อราวๆ 11,000 ปีก่อนแล้ว ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะมองว่าฮิปโปสามารถมาแทนที่สัตว์สายพันธุ์ที่สูญพันธุ์ไปดังกล่าวได้

 

 

แต่ก่อนที่เราจะไปฟันธงได้ว่าการมีตัวตนอยู่ของสัตว์ต่างถิ่นอย่างฮิปโปนั้นมีประโยชน์หรือโทษกันแน่ ทีมนักวิทยาศาสตร์ก็บอกว่าในปัจจุบันผลกระทบของฮิปโปของระบบนิเวศนั้นจริงๆ แล้วยังคงเป็นเรื่องที่ไม่มีการศึกษามากนัก

สิ่งเดียวที่เราพอทราบในปัจจุบันคือด้วยความที่ว่าสัตว์อย่างฮิปโปนั้นดุร้ายกว่าที่เราจะเห็นได้จากรูปร่างของมัน มันจึงยังคงมีความเป็นไปได้สูงอยู่ดีที่สัตว์สายพันธุ์นี้ สุดท้ายแล้วก็ยังคงมีโทษมากกว่าผลดี อย่างที่ผู้เชี่ยวชาญหลายๆ คนเคยบอกไว้

 

ที่มา livescience

Advertisement

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์