เปิดตัวไปได้อย่างถล่มทลายกับเกมชู้ตติ้งแนวทหารตัวใหม่ล่าสุดในแฟรนไชส์ Call of Duty: Modern Warfare (2019) จนคุณอาจจะเกิดความรู้สึกว่า…

“กระแสแรงเหลือเกิน จะซื้อมาเล่นดีไหมนะ!?”

 

ก่อนอื่นต้องเกริ่นว่าสำหรับภาคนี้ ไม่ใช่เส้นเรื่องเดียวกันไตรภาคดั้งเดิมตั้งแต่ Call of Duty 4: Modern Warfare ที่เปิดตัวในปี 2007 เป็นการรีบูทเส้นเรื่องใหม่ทั้งหมดพร้อมกับการนำตัวละครชุดเดิมที่แฟนเกมชื่นชอบกลับมาอย่างครบถ้วน

 

 

#เหมียวเลเซอร์ มีความชื่นชอบและได้สัมผัสในไตรภาคดั้งเดิมมาแล้ว จึงพรีออเดอร์และเล่นภาครีบูทตั้งแต่วันแรก พร้อมที่จะมารีวิวคร่าวๆ ให้กับผู้ที่สนใจแต่ยังตัดสินใจไม่ได้เสียที

(บทความนี้ไม่มีการสปอยล์เนื้อเรื่องหลัก)

 

1. Campaign

 

ส่วนที่แทบจะขาดไม่ได้ของซีรีส์ Call of Duty ที่มอบประสบการณ์การเล่นคนเดียวเสมือนได้ดูหนังสงครามดีๆ สักเรื่องหนึ่ง ในภาคนี้อาจจะไม่ได้ระเบิดตูมตามมากเท่าที่ผ่านมา แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งอรรถรสปฏิบัติการของหน่วยพิเศษต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

สำหรับเส้นเรื่องใหม่นี้ จะเริ่มต้นขึ้นในปี 2019 (เทียบเคียงวันเวลาจริงที่ปล่อยเกมออกให้เล่น) มาในรูปแบบของการก่อการร้าย การก่ออาชญากรรมสงคราม การปลดแอกของกลุ่มกบฏผู้ไม่ยอมอยู่ใต้อำนาจอันไม่ชอบธรรม ซึ่งจะนำไปสู่สงครามตัวแทนในประเทศสมมติ

 

กัปตัน Price กลับมาเป็นตัวหลักอีกครั้ง

 

สำหรับโหมดแคมเปญอาจจะไม่มีศัตรูออกมาให้ยิงมากนักเมื่อเทียบกับภาคก่อนๆ แต่ด้วยความสมจริงของพื้นที่ สภาพแวดล้อมต่างๆ จะให้ความรู้สึกที่สมจริงกับสิ่งที่หน่วยทหารพิเศษต้องเจอ รวมไปถึงบททดสอบจิตใจของผู้เล่นว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้น ถูกหรือผิด…

จากความรู้สึกที่เล่นมานั้น ตัวละครเก่ากลับมาถูกใจแฟนๆ แน่นอน พร้อมกับเปิดตัวตัวละครใหม่ๆ เป็นการปูพื้นเนื้อเรื่องที่พร้อมจะขยายจักรวาลได้อย่างลงตัว แต่น่าเสียดายตรงที่เนื้อเรื่องสั้นไปหน่อย

 

 

2. Multiplayer & Co-Op

 

อีกส่วนที่ต้องพูดถึงก็คือโหมด Multiplayer และ Co-Op ได้รับการยกเครื่องใหม่ นำระบบ Killstreak กลับมาใช้ (เก็บจำนวนฆ่าเพื่อใช้อุปกรณ์พิเศษ) มีสกิล Perks ติดตัวให้เลือกใช้ 3 สาย

อุปกรณ์เสริม Field Upgrades ใช้ได้ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งและจะต้องรอชาร์จใหม่ การจัดคลาสจัดปืนและอุปกรณ์ที่ชอบ

 

ระบบ Field Upgrades

 

นอกจากโหมดคลาสสิคแบบ 12 คน (6v6) ในภาคนี้ก็เพิ่มจำนวนคนเข้าไปมากขึ้นด้วย Team Deathmatch 20 คน หรือ Domination 20 คน โหมด Ground War แผนที่ใหญ่จุผู้เล่น 64 คนก็มี

หรือหากจะเล่นแบบแข่งวัดฝีมือกันจริงจังก็มี Gun Fight (2v2) ให้เล่น โหมด Cyber Attack คล้ายกับ Search And Destroy ผลัดกันวางระเบิดและป้องกัน เพิ่มเติมคือสามารถชุบเพื่อนที่ตายระหว่างเกมได้

 

ล่าสุดมีโหมด NVG แผนที่สภาพกลางคืนต้องใส่แว่น Night Vision เพื่อมายิงกันเพิ่มความท้าทายมากยิ่งขึ้น

 

ลงลึกไปถึงระบบการปรับแต่งปืน Gunsmith ที่จะให้คุณเลือกปรับแต่งได้ 5 จุด ตั้งแต่ปากกระบอกปืน ลำกล้องปืน ใต้ลำกล้องปืน กล้องส่อง พานท้าย ไกปืน ด้ามจับปืน และ Perks ของปืน และมันจะส่งผลดีกับผลเสียต่อปืนด้วยขึ้นอยู่กับสไตล์ที่แต่ละคนชื่นชอบ

 

 

โดยอุปกรณ์และปืนต่างๆ สามารถเล่นเพื่อปลดล็อคได้ทั้งหมด ซึ่งจะทำให้ผู้เล่นยิ่งติดหนึบไปกับการปลดล็อคของต่างๆ ได้ไม่ยาก และที่สำคัญก็คือส่วนเสริม DLC ต่างๆ จะไม่วางแยกขายแล้ว จะเปลี่ยนเป็นปล่อยอัพเดทฟรีให้กับทุกคน

 

 

ตัวละครของผู้เล่นในโหมด Multiplayer สามารถเลือกโมเดล Operators จากทั้งสองฝั่งได้

 

Co-op จะไม่ใช่แบบที่ต้องเล่นเก็บดาวแบบ Spec Ops จากภาคก่อนๆ แต่จะเป็นมิชชั่นที่ให้ผู้เล่นสูงสุด 4 คนร่วมกันทำภารกิจตลอดทั้งด่าน

จะต้องขยับพื้นที่ไปเรื่อยๆ จากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง พร้อมกับความยากมหาโหดต้องอาศัยทีมเวิร์คที่แข็งแกร่งพอสมควร

 

3. Gameplay Experience

 

สำหรับภาคนี้ กราฟฟิคและเสียงถือว่ายกเครื่องได้อย่างดีเยี่ยม ถูกปรับเปลี่ยนจากภาคก่อนไปแบบผิดหูผิดตา ภาพสวยสมจริง

โดยเฉพาะรายละเอียดเสียงไม่ว่าจะเป็นเสียงปืน เสียงระเบิด เสียงปลอกกระสุนตก เสียงกระสุนแหวกอากาศ ทุกอย่างคือบรรยากาศการปะทะที่ทรงพลังและดุดัน

 

 

นอกจากนี้ผู้พัฒนายังใส่ใจในรายละเอียดของแอนิเมชั่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการถือปืน การเปลี่ยนแมกกาซีน ท่าทางต่างๆ ของตัวละคร มีความลื่นไหลไม่สะดุด ทำให้ประสบการณ์การเล่นนั้นรู้สึกดีมากๆ ยิงสนุกลุยกระจาย แถมยังเล็งปืนติดกับขอบมุมได้ด้วย

 

 

โดยรวมแล้ว Modern Warfare 2019 ก็ยังคงความเป็น Call of Duty ในแบบที่ควรจะเป็น แต่ด้วยดีไซน์ของแผนที่ที่ใหญ่และมีมุมเยอะ เสริมจากแผนที่แบบสามเลน ปล่อยให้ผู้เล่นปีนป่ายได้อิสระ และเป็นเกมที่ยิงกันตายเร็วมาก

จึงเกิดเป็นสายสุ่มคอยดักตลอดเกมก็มี การตะโกนมองเห็นศัตรูทั้งที่ตัวผู้เล่นเองยังมองไม่เห็นก็ทำให้เสียเปรียบได้ หากศัตรูได้ยินเสียงตะโกนก็จะรู้ว่าอยู่ตรงไหน

รวมถึงปัญหาจุดเกิดที่ยังแก้ไม่หายในซีรีส์นี้ และอาจจะมีบางปืนที่โกงเกินไปบ้างต้องอาศัยเวลาในการปรับสมดุลใหม่

 

ซึ่งในช่วงที่เกมเปิดให้เล่นใหม่ๆ #เหมียวเลเซอร์ เองก็มีปัญหาเข้าเกมไม่ได้ เนื่องจากเชื่อมต่อเซิฟเวอร์ออนไลน์ไม่ได้เพราะมีผู้เล่นแห่เข้าไปเล่นกันเยอะมาก รวมไปถึงเกมค้างเกมเด้งระหว่างเล่นในวันเปิดตัว (หลังแพทช์ปัญหาลดลงแล้ว)

มีช่วงหนึ่งที่เล่นแคมเปญแต่เน็ตหลุดก็ทำให้หลุดออกจากเกมเช่นเดียวกัน รวมไปถึงปัญหาคัทซีนกระตุกระหว่างโหลดเข้าฉากต่อไปที่ยังคงแก้ไม่หายใน PC ทำให้เกิดอารมณ์สะดุดบ้าง

 

ภาพตัวอย่างล็อบบี้ระบบ Crossplay จากช่วงเบต้า ผสมผู้เล่นจากทุกแพลทฟอร์มและอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อการเล่น

 

อีกจุดที่อยากจะพูดถึงก็คือภาคนี้มีระบบ Crossplay จะรวมผู้เล่นจากทุกแพลตฟอร์มมาเล่นด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น PS4, Xbox และ PC สามารถเลือกเปิดปิดได้

โดยจะจับคู่กับผู้เล่นที่ใช้อุปกรณ์เหมือนกันเช่น จอย-จอย, เมาส์-คีย์บอร์ด  แต่ในบางทีส่วนตัวเองก็ยังเจอแบบผสมทั้งจอยกับเมาส์คีย์บอร์ดอยู่ ซึ่งอาจทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ

 

 

ต้องยอมรับก่อนว่าภาคนี้เป็นภาคที่ใครชอบก็จะชอบไปเลย ส่วนใครที่ไม่ชอบก็จะไม่ชอบไปเลย ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแต่ละคนแล้วล่ะครับ

ส่วนตัว #เหมียวเลเซอร์ เอง ก็ถือว่าภาคนี้เป็นภาคนี้คุ้มค่ากับการรอคอยอยู่นะ เอ็นจอยไปกับมันได้ถ้าไม่คิดมาก ฮร่าาาา

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์