เปิดตำนานศึก “Collision in Korea” เมื่อ “เกาหลีเหนือ” จัดการแข่งมวยปล้ำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก


เชื่อว่าสำหรับคนที่กดเข้ามาอ่านบทความนี้ หลายคนไม่น้อยคงจะชื่นชอบในการชมมวยปล้ำเอามากๆ แต่ถึงอย่างเรา ก็คงจะมีแค่ไม่กี่คนเท่านั้น ที่จะเคยได้ยินชื่อของศึกมวยปล้ำชื่อว่า “Collision in Korea” ของเกาหลีเหนือมาก่อน

ทั้งๆ ที่ศึกในครั้งนี้ ไม่เพียงแค่จะเป็นศึกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งเท่านั้น แต่มันยังเป็นศึกที่ต้องให้การร่วมมือกันระหว่างประเทศที่เป็นศัตรูกันแบบ เกาหลีเหนือ ญี่ปุ่น และอเมริกา แถมยังมีนักการเมืองขึ้นสังเวียนปล้ำด้วย

เริ่มสงสัยกันแล้วใช่ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น ในวันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปชมเรื่องราวของศึก “Collision in Korea” กันครับ

 

 

 

จุดเริ่มต้นของการต่อสู้

ศึก “Collision in Korea” นั้น มีจุดเริ่มต้นขึ้น ในช่วงปี 1994 เมื่อนักการเมืองชาวญี่ปุ่น “แอนโทนีโอ อิโนะกิ” กำลังวางแผนการหาเสียง เพื่อเข้ารับการเลือกตั้งครั้งต่อไปในปี 1995

โดยเขาคิดแผนการขึ้นมาได้ว่า จะให้บริษัทมวยปล้ำของตัวเองอย่าง “New Japan Pro-Wrestling” (NJPW) ร่วมมือกับทาง “World Championship Wrestling” (WCW)

ซึ่งในเวลานั้นมีปัญหากับการไล่ตามความนิยมของ WWF (ซึ่งต่อมากลายเป็น WWE) สร้างศึกมวยปล้ำที่ยิ่งใหญ่ที่สุด โดยมีอิโนะกิ ที่เป็นอดีตนักมวยปล้ำเข้าร่วมศึกในครั้งนี้ด้วย

ที่สำคัญในข้อเสนอของอิโนะกินั้น เขายังต้องการที่จะให้การแข่งขันในครั้งนี้ เกิดขึ้นใน “เกาหลีเหนือ” อีกต่างหาก

 

แอนโทนีโอ อิโนะกิ

 

นี่นับว่าเป็นข้อเสนอที่น่าแปลกใจเอามากๆ เพราะในช่วงเวลานั้น เกาหลีเหนือเรียกได้ว่า กำลังมองทั้งญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา เป็นศัตรูตัวฉกาจอยู่ ทำให้พวกเขาไม่น่าจะยอมรับการแข่งอะไรแบบนี้ได้เลย

แต่มันก็ราวกับว่าโชคชะตาเล่นตลก เพราะในเวลานั้น “คิม อิล-ซ็อง” ผู้นำแห่งเกาหลีเหนือที่ได้ชื่อว่าเป็นวีรบุรุษของประเทศ ได้เสียชีวิตไปพอดี และ “คิม จ็อง-อิล” ที่ขึ้นรับตำแหน่งต่อ ก็กำลังต้องการทำผลงานใหญ่สักอย่างอยู่พอดี

ดังนั้นเมื่อทุกอย่างลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ ศึกมวยปล้ำในเกาหลีเหนือจึงได้ถูกกำหนดขึ้นอย่างเป็นทางการ

 

 

ก่อนการต่อสู้ที่แสนกดดัน

เรื่องราวความกดดันของการแข่งขันในครั้งนี้ เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ในตอนที่นักมวยปล้ำที่เข้าร่วมการแข่งก้าวขาขึ้นเครื่องบิน

แต่มันไม่ใช่เพราะบนเครื่องมีนักแข่งดังๆ อย่าง “ริก แฟลร์” ซึ่งเข้าร่วมการแข่งขันแทน “ฮัลค์ โฮแกน” (ที่ปฏิเสธการเข้าร่วมงานแข่ง) โดยสารอยู่

กลับกันพวกนักแข่งส่วนใหญ่กำลังเย็นสันหลังจากการที่ทางผู้จัดงานมีการเตือนให้พวกเขาระวังคำพูดสุดๆ เพราะตลอดเวลาที่อยู่ในประเทศ พวกเขาจะถูกดักฟังทุกที่ ตั้งแต่บนเครื่อง ระหว่างเที่ยวในประเทศ หรือแม้แต่ในโรงแรม

พวกเขาจะสามารถเคลื่อนไหวในประเทศได้แบบจำกัดมาก ทำได้เพียงแค่เข้าร่วมทัวร์ตามสถานที่ที่รัฐบาลกำหนด และต้องทำการเคารพผู้นำที่เสียไป ในส่วนหนึ่งของทัวร์ดังกล่าวด้วย

พวกเขาถูกจับตาดุอย่างใกล้ชิดโดยเจ้าหน้าที่ของเกาหลี และแม้แต่การหลุดคำพูดที่ไม่ดีเพียงคำเดียวเกี่ยวกับเกาหลีเหนือ ในการคุยกับภรรยาทางโทรศัพท์

ก็ถึงกับทำให้หนึ่งในนักมวยปล้ำอย่าง สก็อตต์ นอร์ตัน ถึงขั้นถูกจับตัวไปสอบปากคำ และถูกขู่ฆ่าเลยทีเดียว

 

ริก แฟลร์ นักมวยปล้ำชื่อดังที่เข้าร่วมการแข่งในครั้งนี้

 

เวทีที่ไร้เสียเชียร์

วันที่ 28-29 เมษายน 1995 ในตอนที่นักมวยปล้ำ มาถึงสังเวียน พวกเขาก็ต้องพบกับเรื่องที่ไม่น่าเชื่อสายตาแบบสุดๆ

นั่นเพราะการแข่งขันมวยปล้ำในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะถูกจัดขึ้นที่ “สนามเมย์เดย์” ซึ่งเป็นสนามกีฬาอเนกประสงค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเท่านั้น แต่พวกเขายังพบว่าในสนามนั้นมีผู้ชมรออยู่มากกว่า 1 แสนคน

(165,000 ในวันแรกของการแข่ง และ 190,000 คนในวันที่สอง)

โดยกองเชียร์ทั้งหมด มีทั้งการถือป้ายและแปรอักษร ซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก ราวกับว่านี่เป็นกิจกรรมที่ชาวเกาหลีเหนือรอมานานไม่มีผิด

นี่ยังไม่นับรวมถึงการที่ทางสหรัฐฯ ถึงกับส่งคนดังอย่าง “มูฮัมหมัด อาลี” มาร่วมงานด้วยนะ

 

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อการแข่งขันเริ่มต้นขึ้นจริงๆ เหล่านักมวยปล้ำก็ได้รู้ความจริงว่า สิ่งที่เขาเห็นก่อนหน้านั้น แท้จริงแล้วล้วนแต่เป็นการแสดงทั้งสิ้น

นั่นเพราะในการแข่งจริงๆเหล่านักมวยปล้ำ ก็ต้องพบว่าคนดูของพวกเขานั้นกว่า 90% ทำเพียงแค่นิ่งเงียบและมองการแข่งด้วยสายตาที่เย็นยะเยือก ซึ่งสำหรับนักมวยปล้ำแล้วเป็นเรื่องที่ลำบากมาก

พวกเขาบอกไม่ได้เลยว่ากองเชียร์คิดอะไรอยู่ ควรจะให้การปล้ำออกไปทางไหน และต้องทำยังไงถึงจะเรียกความสนใจของผู้คนได้

ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะในประเทศอย่างเกาหลีเหนือผู้คนในเวลานั้น แทบจะไม่เคยดูมวยปล้ำด้วยซ้ำ แถมนักมวยปล้ำที่แข่งอยู่ก็มีแต่คนญี่ปุ่นไม่ก็อเมริกา ดังนั้นพวกเขาจึงไม่รู้ว่ามันเป็นการแสดงหรือพวกเขาควรจะเชียร์ใคร

และสิ่งเดียวที่พวกเขาพอจะสนใจ ก็คงจะมีแค่นักมวยปล้ำบางคนดูตัวใหญ่หรืออ้วนมากๆ ไม่ก็นักมวยปล้ำหญิง ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากในเกาหลีเหนือก็เท่านั้น

 

 

ไพ่ตายใบสำคัญ

การต่อสู้บนเวทีที่แทบไร้เสียงเชียร์นั้น ดำเนินไปจนถึงวันที่สองซึ่งอิโนะกิ จะต้องลงสนามปล้ำกับริก แฟลร์ ศึกที่หากดูจากการแข่งรอบก่อนๆ คนก็คงจะไม่สนใจอะไรนัก

เพียงแต่ แอนโทนีโอ อิโนะกิ เขามีไพ่ตายใบสำคัญซ่อนอยู่ นั่นเพราะเขานั้นเป็นลูกศิษย์ของ มิตซึฮิโร่ โมโมตะ หรือ “ริกิโดซัง” นักมวยปล้ำซึ่งเป็นตำนานของญี่ปุ่น

และ ริกิโดซัง ก็บังเอิญว่าเกิดในเกาหลีเหนือ และถูกยกย่องให้เป็นยอดนักสู้เสียด้วย (ถึงขนาดที่เขาเคยทำให้เกาหลีเหนือพยายามบอกว่าญี่ปุ่นเอาศาสตร์มวยปล้ำของเกาหลีเหนือไปใช้เลย)

 

ริกิโดซังนักมวยปล้ำเชื้อสายเกาหลียอดนักสู้ของทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีเหนือ

 

การมีประวัติเช่นนี้ทำให้ทันทีที่อิโนะกิขึ้นเวที บรรยากาศที่เคยเงียบจนกดดันของสนามแข่งก็ระเบิดออกเป็นเสียงเชียร์ทันที

ดังนั้น ริก แฟลร์ ที่รู้ตัวแล้วว่าตัวเองต้องเล่นบทเป็น “ตัวร้าย” จึงตัดสินใจที่จะตามน้ำไปในทันที และทำให้การแข่งจบลงด้วยชัยชนะของริกิโดซัง ภายใต้รอยยิ้มและเสียงเชียร์จากผู้คน

 

 

เรื่องราวหลังจากนั้น

การแข่งขันที่เกิดขึ้นนี้ ถูกเกาหลีเหนือระบุว่าเป็นการแข่งมวยปล้ำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวิติศาสตร์ไปในทันที และหากเราว่ากันตามตรงการแข่งที่มีคนเข้าชมถึง 190,000 คนเช่นนี้ก็ย่อมเป็นการแข่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแม้ในปัจจุบัน

…แต่นั่นก็แค่เรื่องในเกาหลีเหนือเท่านั้น…

นั่นเพราะนอกภายนอกประเทศแห่งนี้ ชื่อเสียงของการแข่งขัน Collision in Korea ก็เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีใครรู้จัก

และต่อให้รู้จักภาพของสนามแข่งที่คนเยอะแต่เงียบสนิท ก็เรียกได้ว่าไม่ต่างอะไรกับโฆษณาชวนเชื่อที่ว่าเกาหลีเหนือเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ และแปลกถูกมองว่าแปลกจากประเทศรอบๆ อยู่ดี

 

 

คิม จ็อง-อิล อาจจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจากคนในประเทศ แต่ชื่อเสียงของเขาในระดับโลกก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเท่าไหร่นัก

แอนโทนีโอ อิโนะกิผู้ชนะในการแข่ง ก็พบว่าคนในประเทศญี่ปุ่นไม่ได้สนใจการแข่งของเขาเลย และทำให้เขาพ่ายแพ้การเลือกตั้งไป

ในขณะที่ทาง WCW เรียกได้ว่าต้องเจ็บหนักที่สุด เพราะผลงาน Collision in Korea ของพวกเขานั้นเรียกได้ว่าแทบไม่มีผลตอบแทนใดๆ

และในท้ายที่สุดแม้แต่ตัวบริษัทเองก็ต้องถูกซื้อไปโดย WWF ซึ่งเป็นคู่แข่ง รวมตัวเป็น WWE ที่เรารู้จักกันในที่สุด

 

วิดีโอการแข่ง “Collision in Korea” จาก 83 Weeks

 

ที่มา whatculture, sportsnet และ Kento Bento

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments
Choose A Format
Story
Formatted Text with Embeds and Visuals
Image
Photo or GIF
Ranked List
Upvote or downvote to decide the best list item
Open List
Submit your own item and vote up for the best submission
Poll
Voting to make decisions or determine opinions