วิจัยใหม่อ้าง ผู้ขาด “วิตามิน D” อาจมีความเสี่ยงเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 มากกว่าคนทั่วไป


มันเป็นเรื่องที่เหล่าทีมแพทย์ทราบกันเป็นอย่างดีกว่า ผู้ป่วยโรคโควิด-19 นั้น แต่ละคนมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตไม่เท่ากัน เช่นการผู้ป่วยที่มีอายุมาก จะมีโอกาสที่จะเสียชีวิตมากกว่าคนที่อายุน้อย หรือคนที่ปอดไม่แข็งแรงจะมีโอกาสเสียชีวิต มากกว่าคนที่ร่างกายปกติ

แต่แล้วเมื่อล่าสุดนี้เอง ดูเหมือนว่านักวิทยาศาสตร์จะค้นพบปัจจัยที่น่าจับตามอง ที่จะทำให้คนคนหนึ่งเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 มากกว่าคนอื่นขึ้นมาอีกข้อหนึ่งแล้ว เพราะเมื่อล่าสุดนี้เองภายในงานวิจัยชิ้นใหม่ ของมูลนิธิโรงพยาบาลควีนอลิซาเบธ ทรัสต์ และมหาวิทยาลัยอีสต์แองเกลีย นักวิทยาศาสตร์ก็ได้ออกมาเปิดเผยว่า

 

 

ผู้ที่มีอาการขาดวิตามิน D นั้น แท้จริงแล้วก็อาจมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 มากกว่าคนทั่วไปเช่นกันโดยงานวิจัยซึ่งยังไม่ผ่านการพิชญพิจารณ์ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Research Square ชิ้นนี้ เกิดขึ้นจากการที่นักวิทยาศาสตร์ทำการตรวจสอบ ผู้ป่วยโรคโควิด-19 ภายใน 20 ประเทศทั่วยุโรป และพบว่า

ผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ในประเทศเหล่านี้ ล้วนแต่มีอาการขาดวิตามิน D ร่วมด้วยทั้งสิ้น แถมในบรรดาประเทศในยุโรปทั้งหมดเอง ประเทศที่มีรายงานผู้ขาดวิตามิน D เป็นจำนวนมากอย่างสเปน อิตาลี และสวิตเซอร์แลนด์เอง ก็ถือว่าเป็นประเทศที่มีรายงานผู้ป่วยที่เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 สูงกว่าประเทศรอบๆ มากด้วย

 

 

นี่นับว่าเป็นอีกความเป็นไปได้หนึ่งของโรคโควิด-19 ที่น่าจับตามองเลยทีเดียว เพราะแม้ว่างานวิจัยชิ้นนี้ในปัจจุบันจะยังไม่ได้รับการยอมรับแบบเป็นทางการ และยังคงมีจุดอ่อนอยู่บ้าง แต่หากแนวคิดของพวกเขาเป็นจริง มันก็ไม่แน่เหมือนกันว่าเราอาจจะต้องเปลี่ยนมาตรการการรับมือโรคร้ายนี้กันใหม่เลย

นั่นเพราะหนึ่งในวิธีที่คนเราใช้ในการผลิตวิตามิน D นั้นคือการทำให้ผิวโดนแสงอาทิตย์บ้าง ซึ่งทำได้ยากขึ้นเมื่อคนเราเก็บตัวเป็นเวลานาน

 

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เพื่อนๆ จะสิ่งออกจากห้องไปอาบแดดหรือหาอาหารเสริม เราก็คงต้องอธิบายไว้ในที่นี้ด้วยว่า คนเรานั้น สามารถรับวิตามิน D ได้จากอาหารหลายชนิด และร่างกายของเราเองก็ยังต้องการวิตามิน D แค่ 10 ไมโครกรัมต่อวันด้วย

ดังนั้นการทานอาหารเสริมหรืออาบแดดจึงไม่ได้ถือว่ามีผลกระทบชี้เป็นชี้ตายขนาดนั้น
กลับกันการรับวิตามิน D มากเกินไปเสียอีก ที่ได้รับการยืนยันแล้วว่าไม่ได้มีประโยชน์ต่อร่างกายเลย แถมบางครั้งยังอาจจะเป็นโทษได้อีกด้วย

 

ที่มา iflscience, mirror และ researchsquare

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments