เนื่องจากตอนนี้ไวรัสโคโรนากำลังระบาดหนัก ทำให้หลายคนมีความกังวลในการออกไปข้างนอก ถึงแม้จะใส่หน้ากากอนามัย แต่ก็ยังมีโอกาสเสี่ยงอยู่

ญี่ปุ่นก็ถือเป็นประเทศที่มีโอกาสเสี่ยง เนื่องจากเริ่มมีการติดจากคนสู่คนและระบาดภายในประเทศแล้ว และยอดผู้ติดเชื้อตอนนี้เกือบ 100 คน

 

 

รถไฟถือเป็นสิ่งหนึ่งที่คนญี่ปุ่นใช้เดินทางเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่จะมีคนแน่นอยู่ตลอด แต่เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่รถไฟในฟุกุโอกะได้มีคนกดปุ่มหยุดฉุกเฉิน เนื่องจากมีคนไอโดยไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย

ในตอนนี้มีเสียงผ่านอินเตอร์คอมพูดว่า “มีผู้โดยสารไอโดยไม่ใส่หน้ากาก” จากนั้นรถไฟก็หยุดลงที่สถานีที่ใกล้ที่สุด ซึ่งชายที่ไอกับชายที่รายงานก็ได้ออกไปคุยกับเจ้าหน้าที่

 

 

โดยชายที่ไอได้ให้เหตุผลว่าที่เขาไม่ได้สวมหน้ากาก เพราะว่าหาซื้อไม่ได้ และทั้งสองก็ปรับความเข้าใจกัน ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้รถไฟดีเลย์ไป 3 นาที ซึ่งในญี่ปุ่น รถไฟช้าเพียง 3 นาทีมีผลกระทบอย่างมาก

ตัวแทนสถานีรถไฟใต้ดินฟุกุโอกะได้ให้สัมภาษณ์ว่า “ยังไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้ตั้งแต่มีข่าวไวรัสระบาดเลย ทำไมคนถึงต้องให้รถไฟหยุดเพราะว่าเรื่องหน้ากากด้วย?”

 

 

คนส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยว่าการหยุดรถไฟไม่ใช่วิธีที่เหมาะสมหรือมีประสิทธิภาพในสถานการณ์แบบนี้

“การโต้เถียงกับคนแปลกหน้าที่ไอ ก็เหมือนทำให้น้ำลายกระเด็นไปเรื่อยๆ”

“การหยุดรถไฟยิ่งทำให้อยู่ด้วยกันนานขึ้นนะ”

“ควรมีขบวนสำหรับคนใส่หน้ากากเท่านั้นนะ”

 

ที่มา soranews24

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์