11 การรักษาแบบแปลกๆ ในอดีต ที่ไม่ช่วยให้อาการดีขึ้น แถมอาจจะทำให้มันแย่ลงด้วย


534 shares

ด้วยเหตุที่ว่าโรคภัยไข้เจ็บนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอกับมนุษย์ มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่มนุษย์เราจะพยายามอย่างมากที่จะหาทางรักษาโรคต่างๆ มาตั้งแต่ในอดีต

ปัญหาคือกว่าที่เราจะพบวิธีรักษาโลกต่างได้จริงๆ บ่อยครั้งแพทย์ในอดีตก็ต้องผ่านการลองผิดลองถูกกันมามาก

ดังนั้นเพื่อให้เราทราบกันว่ากว่าที่จะได้การรักษาแบบปัจจุบันมานั้น มนุษย์ต้องผ่านการรักษาแปลกๆ แบบไหนมาบ้าง ในวันนี้เราจะมาชม 11 การรักษาแบบผิดๆ ใน สมัยก่อนกัน

 

1. รักษาโรคด้วยการรีดเลือด

นี่คือวิรีการรักษาที่มาจากความเชื่อที่ว่าอาการป่วยของมนุษย์เกิดจากของเหลวในร่างกายเป็นพิษ ในช่วงยุคกลาง ซึ่งทำให้แพทย์มักจะ ใช้ปลิงดูด หรือเอามีดกรีดคนไข้ เพื่อเอา “เลือดที่มีพิษ” ออกมาร่างกายคนไข้

การรักษานี้แน่นอนว่าไม่ได้ช่วยให้ผู้คนหายป่วยเลย กลับกันมันยังทำให้ผู้ป่วยอาการหนักกว่าเดิมเพราะขาดเลือดด้วยซ้ำ

 

2. รักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วยการมีเซ็กส์กับชาย/หญิงบริสุทธิ์

นี่คือการรักษาที่เกิดขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 16 โดยคนในยุคนั้นเชื่อว่า คุณจะย้ายโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไปอยู่กับชาย/หญิงบริสุทธิ์ได้

ความเชื่อนี้ ไม่เพียงแต่จะทำให้โรคติดต่อทางเพศระบาดแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่มันยังนำไปสู่ปัญหาการข่มขืนเด็กอีก ที่สำคัญแม้ในปัจจุบันบางที่ก็ยังเชื่อแบบนี้อยู่เลยด้วย

 

3. รักษาอาการทางจิตด้วยการเจาะกะโหลก

นี่เป็นอีกหนึ่งในการรักษาที่พบได้ในหลายยุคหลายสมัย และยังเป็นที่สงสัยกันอยู่ว่าเพราะอะไรคนโบราณถึงได้เชื่อกันสุดๆ ว่ามันช่วยรักษาโรคหรืออาการทางจิตได้

เรื่องเดียวที่เรารู้คือมีกะโหลกคนสมัยก่อนมากมายที่ถูกค้นพบว่ามีรูที่เกิดจากการเจาะกระดูก และหลายอันในนั้นก็มีร่องรอยว่าการเจาะกะโหลกนั่นล่ะที่ทำให้พวกเขาตายเสียด้วย

 

4. รักษาซิฟิลิสด้วยโรคมาลาเรีย

นี่คือความเชื่อเกี่ยวกับการรักษาแบบพิษล้างพิษ ที่เกิดขึ้นในช่วงปี 1917 โดยแพทย์จะฉีดเชื้อโรคมาลาเรียเข้าไปในผู้ที่ป่วยเป็นโรคซิฟิลิส และหวังว่าเชื้อของทั้งสองโรคจะทำลายกันเอง

ซึ่งผลของการรักษานี้คือคนไข้ส่วนใหญ่มักจะตายเพราะมาลาเรียแทนนั่นเอง

 

5. เร่งการฟื้นตัวจากโรคต่างๆ ด้วยน้ำกัมมันตรังสี

นี่คือความเชื่อผิดๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงปี 1918-1928 ในสหรัฐอเมริกา โดยในเวลานั้น มีคนนำน้ำละลายสารกัมมันตรังสีมาขายในชื่อ Radithor และอ้างว่ารังสีที่ปล่อยออกมาจากเรเดียมอะตอมจะช่วยรักษาโรคต่างๆ ได้

แน่นอนว่าในความเป็นจริงแล้วน้ำดังกล่าวไม่ได้ช่วยรักษาโรคอะไรเลย กลับกันมันยังสร้างเรื่องด้วยซ้ำ เพราะคนที่ดื่มน้ำดังกล่าวบ่อยๆ ได้ล้มป่วยเพราะมะเร็งร้ายแรงถึงขั้น “คางหลุดออกมา” กันเลย

 

6. รักษาริดสีดวงด้วยการเอาเหล็กแหลมร้อนๆ แทง

นี่เป็นความเชื่อที่มาจากคำสอนของนักบวชในอดีต ซึ่งบอกว่าโรคริดสีดวงเกิดขึ้นเพราะผู้คนไม่เชื่อในนักบุญ Fiacre (นักบุญของชาวไอริช)

ดังนั้นหากใครไม่เชื่อในนักบุญและมีริดสีดวงนักบวชกลุ่มนี้จะรักษาคนเหล่านั้น ด้วยการเอาเหล็กแหลมร้อนเสียบเข้าไปในรูทวาร ในขณะที่หากใครเชื่อในนักบุญ จะได้ไปนั่งบนหินศักดิ์สิทธิ์แทน (ซึ่งก็ไม่ช่วยอะไรเหมือนกัน)

 

7. รักษาโรคด้วยปรอท

นี่เป็นการรักษาที่เกิดขึ้นในหลายยุคสมัยของโลก โดยชาวกรีกและเปอร์เซียโบราณมีการใช้ปรอทเหลวเป็นเครื่องทาคล้ายยาขี้ผึ้ง ส่วนชาวจีนโบราณก็มักใช้มันเป็นยาอายุวัฒนะ

อย่างไรก็ตามที่ชวนสยองสุดก็คงเป็นที่ยุโรปในช่วงปี 1500 เพราะพวกเขานั้น รักษาหนองในด้วยการฉีดใส่ท่อปัสสาวะเลยนั่นเอง

 

8. ลดน้ำหนักด้วยพยาธิตัวตืด

นี่คือการรักษาในช่วงต้นศตวรรษที่ 20ซึ่งเกิดขึ้นเพราะจากการที่คนมีพยาธิเยอะๆ มักจะ ร่างกายผอม น้ำหนักลดลง

ดังนั้นคนในสมัยนั้นจึงมักกลืนพยาธิให้พวกมันช่วยกินอาหารที่เราทานเข้าไปเพื่อลดน้ำหนักเสียเลย โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าพยาธิตัวตืดนั้นมีผลเสียกับร่างกายมนุษย์แค่ไหน

 

9. ใช้ที่อุดทวารรักษาอาการปวดหัว

ในสหรัฐอเมริกาช่วงยุค 1890-1940 ที่อุดทวารเคยถูกขายในฐานะยารักษาอาการปวดหัว จากความเชื่อที่ว่า “การขยายขนาดทวาร” สามารถรักษาอาการป่วยหลายอย่างได้

ในช่วงนั้นอุดทวารถูกระบุว่าสามารถรักษาอาการวิกลจริต ปวดหัว โรคโลหิตจาง ริดสีดวงทวาร และโรคอื่น ก่อนที่ต่อมาองค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ จะเข้ามาตรวจสอบและพบว่าทั้งหมดที่กล่าวมาไม่มีข้อใดเป็นจริงเลย

 

10. ใช้สารหนูรักษาโรคสะเก็ดเงิน

ด้วยความที่สารหนูเป็นสารพิษที่ไม่ได้ออกฤทธิ์ให้เห็นทันทีที่ใช้ ในสมัยก่อนจึงมีความเชื่อที่ว่ายาหนูเป็นยารักษาโรคสะเก็ดเงิน โรคซิฟิลิส ฝี เป็นไข้ หรือกระทั่งปวดหัวธรรมดาๆ อยู่มาก

แต่ก็อย่างที่เรารู้กันว่าสารหนูนั้นมีพิษ ดังนั้นแทนที่จะหายป่วย คนไข้ส่วนใหญ่ก็ได้ตายกันเพราะสารหนูนี่ล่ะ

11. ใช้เฮโรอีนเป็นยาแก้ไอ

จริงอยู่ที่การใช้ยาเสพติดในการรักษาจะเป็นเรื่องที่มีการทำกันอยู่แม้ในปัจจุบัน (อย่างมอร์ฟีนที่สกัดจากฝิ่น) แต่ในปัจจุบันการใช้ยาเสพติดในการรักษาจะมีการคุมปริมาณเป็นอย่างดี

ปัญหาคือในสมัยก่อนที่เฮโรอีนดันถูกใช้กันเป็นว่าเล่น เพราะมันผสมในยาแก้ไอธรรมดาๆ ดังนั้นแทนที่จะหายจากอาการที่ตัวเองเป็น มันก็มีคนไข้ไม่น้อยเลยที่ติดยาจนร่างกายทรุดโทรมยิ่งกว่าเดิม

 

ที่มา ranker และ ebaumsworld

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

534 shares
ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments
Choose A Format
Story
Formatted Text with Embeds and Visuals
Image
Photo or GIF
Ranked List
Upvote or downvote to decide the best list item
Open List
Submit your own item and vote up for the best submission
Poll
Voting to make decisions or determine opinions