มันเป็นเรื่องที่เราทราบกันว่า “การวิวัฒนาการ” ของสิ่งมีชีวิตบนโลก ตามปกติแล้วจะขึ้นอยู่กับความเปลี่ยนแปลงของยีนต่างๆ ด้วย DNA ซึ่งอาจจะเป็นการสร้างยีนขึ้นมาใหม่ เปลี่ยนแปลงยีนบางตัว หรือลบยีนที่ไม่จำเป็นให้หายไปตามกาลเวลา

 

 

แต่อ้างอิงจากงานวิจัยชิ้นใหม่ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Cell เมื่อวันที่ 16 มกราคม ค.ศ. 2020 ที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าจริงๆ แล้วในโลกเราจะมีการวิวัฒนาการอีกแบบหนึ่ง ที่ไม่ต้องอาศัย DNA เลยอยู่ด้วย

โดยนักวิทยาศาสตร์ได้พบการวิวัฒนาการอีกรูปแบบนี้โดยบังเอิญในระหว่างการวิจัยยีสต์ ซึ่งมีชื่อว่า Cryptococcus neoformans เพื่อทำความเข้าใจอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อราในมนุษย์

แต่ในระหว่างการทดลองนั่นเอง นักวิทยาศาสตร์กลับได้พบว่า C. neoformans นั้น กลับยังคงมีโครงสร้างย่อยของโมเลกุลในหมู่เมททิล (Methyl) อยู่ แม้ว่าพวกมันจะทิ้งยีนสำคัญซึ่งใช้ในการวิวัฒนาการด้วยโมเลกุลในหมู่เมททิล ไปตั้งแต่เมื่อ 50-150 ล้านปีก่อนแล้วก็ตาม

 

 

เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ถือว่าเป็นอะไรที่แปลกมาก เพราะตามปกติโครงสร้างย่อยของโมเลกุลที่ไม่ได้ใช้งานเลยเหล่านี้น่าจะถูกลบหายออกไปจากตัวยีสต์ตั้งนานแล้ว แบบเดียวกับที่พยาธิตัวกลม และแมลงวันผลไม้บางชนิดเป็น

แน่นอนว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น ในปัจจุบันยังไม่มีคำอธิบายที่แน่ชัดว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่นักวิทยาศาสตร์ หลายคนก็ชื่อกันว่านี่อาจจะเป็นการวิวัฒนาการ “รูปแบบใหม่” ของสิ่งมีชีวิตก็ได้

โดยพวกเขาเชื่อว่า C. neoformans อาจจะมีวิธีการ คัดเลือกโมเลกุลที่จะเก็บไว้ในรูปแบบที่ต่างจากสัตว์อื่นๆ มาก กล่าวคือพวกมันจะใช้เอนไซม์คัดลอกโมเลกุลในหมู่เมททิลทั้งหมดพร้อมการแบ่งตัวของเซลล์

 

 

การกระทำเช่นนี้ ในทางทฤษฎี จะทำให้ C. neoformans สามารถเก็บเมททิลเอาไว้ได้เป็นเวลานาน ในขณะที่หากมีความผิดพลาดเกิดขึ้นในการคัดลอก โมเลกุลเมททิลก็อาจจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากการคัดลอกของเอนไซม์ได้

ในจุดนี้เองที่ระบบ การคัดเลือกทางธรรมชาติจะเข้ามามีบทบาท ในการรักษาโมเลกุลเมททิลเอาไว้ นั่นเพราะ C. neoformans ที่เก็บเมททิลอยู่มากจะสามารถ “เอาชนะ” C. neoformans ที่มีเมททิลเก็บอยู่น้อยได้

 

 

ซึ่งนั่น ทำให้แม้ว่า C. neoformans โดยรวมจะจะเสียเมททิลไปเร็วกว่าการสร้างใหม่ถึงราวๆ 20 เท่า  และเมททิลของมันน่าจะหมดไปในเวลาแค่ 130 ปี แต่ด้วยความที่ว่า “ผู้แข็งแกร่ง” เอาชนะผู้อ่อนแอได้ ระดับของโมเลกุลเมททิล ที่พวกมันมีโดยรวมจึงยังคงอยู่รอดมาได้เป็นสิบล้านปีอย่างที่เห็น

ดังนั้น แม้ว่านักวิทยาศาสตร์จะไม่สามารถฟันธงได้ว่าคำอธิบายของพวกเขาจะถูกต้องจริงๆ ก่อนที่จะมีการทดลองเกี่ยวกับ C. neoformans ไปมากกว่านี้ แต่อย่างน้อยๆ พวกเขาก็ค่อนข้างมั่นใจเลยว่า

C. neoformans มีวิธีการวิวัฒนาการแบบใหม่ที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนจริงๆ

 

ที่มา cell, livescience, sciencedaily และ ucsf

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์