ภาพยนตร์ James Bond 007 เพิ่งเผยชื่ออย่างเป็นทางการมาแล้ว นั่นก็คือ No Time To Die อีกทั้งยังเผยผู้ที่จะมารับบทเป็นตัวร้ายของเรื่องนั่นก็คือพ่อหนุ่มตาหวาน Rami Malek

ซึ่งเขาได้รับฉายาสุดเท่ในเรื่องนี้ว่า Bringer of Shadows หรือผู้นำพาความมืด (ชื่อฟังดูโหดสุดๆ)

 

 

พอเห็นชื่อเรื่องและชื่อนักแสดงออกมาแบบนี้ แฟนๆ ก็แทบจะอดใจรอไม่ไหวกันแล้วล่ะกับความน่าตื่นเต้นของ Bond เรื่องที่ 25 นี้

ด้วยเหตุนี้เอง ทางรายการ The Late Show with Stephen Colbert เลยพาพ่อหนุ่ม Rami มานั่งพูดคุยด้วยซะเลย

แต่แทนที่เราจะรู้รายละเอียดหนังแอ็กชั่นสุดโหด เรากลับได้รู้ความลับมุ้งมิ้งภายในกองถ่ายแทนน่ะสิ!?

 

 

Stephen ได้ถาม Rami ว่า “ทำงานกับ Daniel Craig เป็นอย่างไรบ้าง? คุณเคยร่วมงานกับเขามาก่อนไหม?” Rami เองก็ตอบว่า เขาไม่เคยร่วมงานกับ Daniel เลยและตั้งตารอจะร่วมงานกับเขามาตลอด

“เขาคือบอนด์ที่ผมชอบที่สุดเลยล่ะครับ…”

 

 

และเขาก็เริ่มเล่าเรื่องราวของฉากๆ หนึ่งที่ต้องเข้าร่วมกับ Daniel เป็นซึ่งเป็นฉากที่ค่อนข้างซับซ้อนซ่อนเงื่อนและเล่นยากพอสมควร

“เราต้องเข้าฉากหนึ่งที่ค่อนข้างซับซ้อนด้วยกันและเราต้องซ้อมด้วยกันทั้งกับผู้กำกับแครี ฟุกุนากะ

เรานั่งอยู่เป็นชั่วโมงเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับไอเดียของฉากนี้ จนสุดท้ายแล้วเราก็สามารถหาทางออกให้ฉากอันท้าทายนี้ได้

 

 

การนั่งระดมสมองกันเป็นชั่วโมงแบบนี้แน่นอนว่าเมื่อหาทางออกได้แล้ว เหล่าทีมงานเขาก็ต้องกอดกันด้วยความดีใจเป็นธรรมดา

“Daniel จับผมยกขึ้นมา เอิ่ม…ผมบอกไม่ได้ว่าผมหรือเขาเป็นคนเริ่มก่อนตอนนั้น

แต่ว่ามันมีการแลกจูบกันระหว่างเราสองคนอ่ะครับ ผมว่า Daniel น่าจะเริ่มก่อนนะ”

 

 

ดีใจจนแลกจุ๊บกันเลยหรือคะเนี่ย? แบบนี้คุณพี่ Stephen เขาก็เลยถามว่า “มันเป็นจูบที่เต็มใจไหม?” พ่อหนุ่ม Rami ก็ตอบเบาๆ ว่า

“มากๆ เลยครับ”

“และผมก็ใช้เวลาแป๊บนึง สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วถามว่า ‘นี่มันจะทำให้ผมเป็นบอนด์เกิร์ลหรือเปล่าเนี่ย?'”

 

 

ชมบทสัมภาษณ์เต็มๆ ได้ด้านล่างนี้เลย

 

โอ๊ยยยยย 555555555 จากตัวร้ายชื่อสุดโหด โดนแปรเปลี่ยนมาเป็นบอนด์เกิร์ลเสียแล้ว พ่อหนุ่ม Rami นี่ก็น่ารักจริงๆ นะคะ สามารถแก้เขินด้วยมุกแบบนี้เล่นเอาคนทั้งกองหัวเรากันเลยสิเนี่ย

ภาพยนตร์ No Time To Die จะเข้าฉายในเดือนเมษายน ปี 2020 นี้น้า เดี๋ยวก็มาถึงแล้วอดใจรอฉากสุดยากนี้กันเดี๋ยวเดียวเท่านั้น

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวนานะ

ที่มา: The Late Show with Stephen Colbert

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์