ย้อนกลับไปในวันที่ 23 กรกฎาคม 1967 ตำรวจของสหรัฐอเมริกา ได้ทำการบุกเขาจับกุมบาร์ที่ไม่มีใบอนุญาตในดีทรอยต์ และจับกุมชาวผิวสีจำนวน 82 คนเอาไว้ ซึ่งได้กลายเป็นชนวนความไม่พอใจครั้งใหญ่ในชุมชนและเกิดเป็นการจลาจลในที่สุด

การจลาจลในวันนั้นกินเวลายาวนานต่อเนื่องถึง 5 วัน และรุนแรงถึงขั้นที่ตำรวจควบคุมสถานการณ์ไม่ไหว ส่งผลให้ประธานาธิบดีลินดอน บี. จอห์นสันจำเป็นต้องส่งกองกำลังพิทักษ์ชาติ (National Guard) เข้าไปหยุดยั้งเรื่องที่เกิดขึ้น

 

 

เมื่อสถานการณ์สงบลง สหรัฐอเมริกาก็พบว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้นั้น ทำให้พวกเขามีผู้เสียชีวิตถึง 43 คน ในขณะที่มีผู้บาดเจ็บอีกมากกว่า 1,000 ราย ซึ่งยังไม่นับรวมประชาชนที่ถูกจับอีกกว่า 7000 ราย และอาคารที่พังเสียหายอีกกว่า 2,000 แห่ง

การจลาจลแห่งดีทรอยต์นั้น เป็นการจลาจลที่ได้ชื่อว่ายิ่งใหญ่ที่สุดของดีทรอยต์และสหรัฐฯ เลยก็ว่าได้ และนี่คือภาพถ่ายแห่งประวัติศาสตร์ส่วนหนึ่ง ที่ถูกถ่ายเอาไว้ในวันนั้น

 

เริ่มกันจากภาพอาคารที่ถูกไฟไหม้ระหว่างการจลาจล

 

เปลวเพลิงที่ลุกลามเกินกว่าที่จะควบคุมไหว

 

ชาวแอฟริกัน-อเมริกัน ที่ปกป้องร้านของตัวเองด้วยปืนไรเฟิล

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจดีทรอยต์เผชิญหน้ากับชาวแอฟริกัน-อเมริกันบนท้องถนน

 

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและพลเรือนเริ่มเก็บกวาดเศษซากอาคาร

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจกับการจับกุมผู้ต้องสงสัยจำนวนมาก

 

กองกำลังพิทักษ์ชาติลาดตระเวนบนถนนดีทรอยต์

 

กองกำลังพิทักษ์ชาตินั่งเฝ้ามุมถนนในดีทรอยต์

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจระหว่างเข้าจับกุมชาวแอฟริกัน-อเมริกัน

 

กองกำลังพิทักษ์ชาติและตำรวจบนถนนของดีทรอยต์

 

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงซึ่งได้รับการคุ้มครองโดยพลซุ่มยิงของตำรวจในขณะที่พวกเขาเข้าดับเพลิง

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจของดีทรอยต์ยืนเฝ้าร้านขายของ ซึ่งโดนปล้นและได้รับความเสียหายรุนแรงจากการจลาจล

 

หญิงชาวแอฟริกัน-อเมริกัน ยืนที่มุมตึกร้างจากการโดนเผา

 

ซากตึกที่ถูกเผาและทิ้งไว้อย่างนั้น

 

เหล่าผู้คนที่เดินตามอาคารซึ่งถูกทำลาย

 

เจ้าของร้านขายปืนในดีทรอยต์ขณะรวมมือกับเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์ชาติปกป้องร้านจากโจร

 

คำว่า “Soul Brother” หรือ “พี่น้องร่วมวิญญาณ” ซึ่งถูกเขียนไว้บนหน้าต่างร้านของชาวแอฟริกัน-อเมริกัน

 

ซากปรักหักพังในย่านที่พักชนชั้นกลางของคนผิวสี

 

และมุมมองเบื้องสูงของดีทรอยต์ที่ลุกเป็นไฟในระหว่างการจลาจล

 

ที่มา rarehistoricalphotos

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์