ในวันที่ 17 มีนาคม ค.ศ. 2020 ที่ผ่านมา ภายในวารสาร “Antiquity” นักโบราณคดีได้ทำการเปิดเผยข้อมูลการค้นพบสุสานโบราณจากศตวรรษที่ 9 แห่งหนึ่งในประเทศจีน ซึ่งมีร่างของหญิงสาวชนชั้นสูงคนหนึ่ง ถูกฝังไว้พร้อมๆ กับลา 3 ตัวของเธอ

 

 

หญิงสาวคนที่ว่านี้ มีนามว่า “ซุยฉี” โดยเธอนั้นเสียชีวิตไปในปี ค.ศ. 878 และถูกค้นพบเป็นครั้งแรกในช่วงปี 2012 ในสุสานที่ถูกโจรปล้นสุสานเข้าปล้นวัตถุโบราณอยู่บ่อยครั้ง จนทำให้แทบจะไม่เหลือสิ่งมีค่าอยู่อีกแล้ว

นับว่าเป็นเรื่องที่โชคดีมากที่ในบรรดาสิ่งที่ยังพอหลงเหลืออยู่นั้น ยังคงมีศิลาจารึกตัวตนของเธอ และซากของลาคู่ใจที่กล่าวมาข้างต้นด้วย

 

 

ดังนั้นเมื่อนักโบราณคดีใช้เวลาตรวจสอบเรื่องราวของเธอพวกเขาจึงได้ทราบว่า หญิงสาวคนนี้ในอดีตน่าจะเป็นผู้ที่เคยชื่นชอบกีฬาโปโลบนหลังลาเป็นอย่างมาก ถึงขนาดที่เธอเอาเจ้าลาคู่กายฝังไปกับตัวเองเลย

พวกเขาค้นพบความจริงในข้อนี้จากการตรวจสอบกระดูกของลาทั้งสามตัว ที่มีขนาดเล็กกว่าลาปกติที่ถูกใช้งานในการขนส่ง แต่ก็อยู่ในวัยแข็งแรง  และประวัติของสามีของแม่นางซุยฉีเองที่เป็นชอบเล่นโปโลม้ามาก ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแต่ชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่ลาเหล่านี้จะถูกใช้ในการกีฬาทั้งสิ้น

 

 

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าด้วยความที่แม่นางซุยฉีเป็นผู้หญิง การที่จะให้เธอเข้าแข่งโปโลด้วยม้าคงจะถูกมองว่าเป็นเรื่องอันตราย ดังนั้นสามีหรือไม่ก็ตัวเธอเองจึงตัดสินใจที่จะเล่นโปโลด้วยลาแทน ซึ่งเป็นกีฬาที่ออกแบบมาให้คนแก่หรือผู้หญิงในเวลานั้น

อ้างอิงจากงานวิจัย ในอดีตนั้นลาจัดว่าเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญต่อการค้าขายในประเทศจีนเป็นอย่างมาก และในอดีตเราก็เคยมีบันทึกอยู่บ้างว่านอกจากในทางการค้าแล้วบางครั้งสัตว์ชนิดนี้ก็อาจจะถูกใช้งานในด้านอื่นๆ อย่างการกีฬาอย่างค่อนข้างแพร่หลายด้วย

 

 

อย่างไรก็ตามแม้เราจะมีหลักฐานเป็นบันทึกอยู่ แต่ด้วยความที่ว่าลาในช่วงเวลานี้เป็นสัตว์ที่ค่อนข้างมีมูลค่าสูง ที่ผ่านๆ มาเราจึงไม่เคยมีการค้นพบหลักฐานทางกายภาพของลาที่ถูกใช้แข่งโปโลโดยเฉพาะเช่นนี้

ดังนั้นหากแม่นางผู้นี้เคยเป็นนักแข่งโปโลบนหลังลาอย่างที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อจริงๆ การค้นพบครั้งนี้ ก็จะกลายเป็นสิ่งที่มีค่าอย่างไม่น่าเชื่อเลย

 

ที่มา gizmodo, cambridge และ wustl

Advertisement

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์