อุทาหรณ์จากหนุ่มอังกฤษ ตาขวาบอด เพราะติดเชื้อจากการใส่คอนแทคเลนส์อาบน้ำ


เป็นเรื่องที่หลายคนทราบกันว่าการอาบน้ำทุกวันนั้นนับเป็นการรักษาความสะอาดของร่างกายที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งที่มนุษย์พอจะทำได้ และตามปกติแล้วการกระทำเช่นนี้ก็ไม่น่าจะส่งผลร้ายกับร่างกายไปได้เลย

แต่สำหรับผู้ติดนิสัยชอบใส่คอนแทคเลนส์อาบน้ำ อย่างหนุ่มชาวอังกฤษวัย 29 ปี ชื่อ Nick Humphreys ผู้อาศัยอยู่ในเมือง Shropshire แล้ว การอาบน้ำอาจจะมีอันตรายแฝงเอาไว้มากกว่าที่คิดก็เป็นได้

 

 

นี่เป็นเรื่องราวที่ถูกเปิดเผยออกมาโดย “Fight for Sight” องค์กรการกุศลที่ระดมทุนวิจัยบุกเบิกเพื่อป้องกันการสูญเสียการมองเห็นในอังกฤษ ซึ่งคุณ Nick Humphreys เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุน

นั่นเพราะเมื่อช่วงต้นปี ค.ศ. 2018 ที่ผ่านมา ชายคนนี้ได้มีอาการติดเชื้อปรสิตรุนแรงที่กระจกตาจากการใส่คอนแทคเลนส์อาบน้ำ จนเขาต้องสูญเสียการมองเห็นของตาขวาไป

 

 

 

อ้างอิงจากข้อมูลที่มีการเปิดเผยออกมาอาการของคุณ Nick มีชื่อเรียกว่า “Acanthamoeba keratitis” กลุ่มอาการหายากที่เยื่อบุตาอักเสบจากเชื้ออะมีบ้า ซึ่งในกรณีนี้ติดมากับน้ำ และตกค้างอยู่ในคอนแทคเลนส์อีกที

หลังจากที่ตรวจพบเชื้อในช่วงต้นปี 2018 คุณ Nick ก็ได้รับยาหยอดตาสำหรับรักษาการติดเชื้อกลับไป แต่แทนที่มันจะช่วย ในอีกหลายเดือนต่อมาคุณ Nick กลับพบว่าตาขวาของเขามองไม่เห็นไปอย่างกะทันหัน จนต้องเปลี่ยนไปใช้ยาตัวที่แรงยิ่งขึ้น ซึ่งต้องมีการหยอดตาทุกๆ 1 ชั่วโมงไม่เว้นแม้แต่กลางคืน

 

 

นี่นับเป็นประสบการณ์ที่เลวร้ายมากสำหรับคุณ Nick แต่นั่นก็ไม่ใช่การรักษาทั้งหมดที่เขาต้องเผชิญ เพราะแม้ว่าการติดเชื้อที่ตาจะดีขึ้นบ้างแล้ว เขาก็ยังคงต้องเข้ารับการผ่าตัดอีกถึง 2 ครั้ง และดวงตาขวาของเขาเอง ในปัจจุบันเองก็ยังคงมองไม่เห็นอีกด้วย

“ถ้าผมรู้ว่าการใส่คอนแทคเลนส์อาบน้ำมันอันตรายแค่ไหน ผมคงจะไม่มีติดเชื้อนี้ตั้งแต่แรก” คุณ Nick กล่าวกับสื่อต่างประเทศ และเพราะเหตุผลนี้เอง เขาจึงร่วมมือกับทางองค์กร Fight for Sight เพื่อให้เรื่องราวของเขาได้กลายเป็นอุทาหรณ์เพื่อป้องกันไม่ให้มีคนโชคร้ายต้องมาตาบอดแบบเขาอีก

 

 

ทั้งนี้เอง นอกจากการอาบน้ำแล้ว การใส่คอนแทคเลนส์ทำกิจกรรมอย่างการว่ายน้ำเองก็นับว่ามีความเสี่ยงที่จะนำมาซึ่งอาการตาติดเชื้อได้เช่นกัน ดังนั้นหากเพื่อนๆ จะอาบน้ำหรือว่ายน้ำ ผู้เชี่ยวชาญก็แนะนำให้เราถอดคอนแทคเลนส์ออกก่อนเพื่อความปลอดภัยต่อดวงตา

 

ที่มา livescience, foxnews

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments