คนเห็นใจยายตกปลา บริจาค 6 แสน ลูกรับไปเลี้ยง 3 เดือนเงินเกลี้ยง โดนไล่มาอยู่ที่เดิม

กำลังกลายเป็นประเด็นดราม่าที่ได้รับความสนใจอยู่ในโลกออนไลน์ ณ ตอนนี้เลย กับกรณีของคุณยายวัย 85 ปี ออกตระเวนตกปลาเพื่อนำไปขายหาเงินมาจ่ายค่าห้องเช่า เลี้ยงลูกชายป่วยติดเตียงและน้องสาวอายุ 78 ปี

หลังจากที่กลายเป็นข่าวออกไปทำให้ประชาชนหลายคนรู้สึกเห็นใจ และบริจาคเงินเข้ามาช่วยเหลือเป็นจำนวนเงินสูงถึง 600,000 บาท

แต่พอลูกสาวรู้ข่าวว่าแม่ลำบาก ก็เลยรับแม่ไปอยู่ด้วย แต่ผ่านไป 3 เดือนปรากฎว่าเงินบริจาคหมดเกลี้ยง แถมลูกสาวยังไล่แม่ให้กลับไปอยู่ห้องเช่าตามเดิม เหตุการณ์เป็นมาอย่างไร เราจะมาสรุปให้ทุกท่านได้อ่านไปพร้อมๆ กัน

 

จุดเริ่มต้นของเรื่องราว

ภาพจาก Spring News

 

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2563 สำนักข่าวนำเสนอเรื่องราวของคุณยาย 2 คน จาก จ. ตราด นั่งรถซาเล้งตระเวนตกปลานำไปขาย เพื่อหาเงินจ่ายค่าเช่าห้อง และซื้อข้าวเลี้ยงลูกชายพิการ

คุณยายสาลี่อายุ 78 ปี และคุณยายมณีอายุ 85 ปี อาศัยอยู่กับลูกชายอีก 1 คนชื่อว่านายบูุญหลง ที่ป่วยเป็นโรคนอนติดเตียงไม่สามารถพูดได้ ขยับไปไหนก็ไม่ได้ ในห้องเช่า 1 ห้อง

คุณยายทั้งสองคนได้รับเงินจากเบี้ยผู้สูงอายุจำนวน 1,500 บาท เอาไปจ่ายค่าเช่าห้องก็หมดแล้ว จึงต้องออกมาตกปลาตามคูน้ำข้างถนนเพื่อประทังชีวิต

คุณยายเล่าว่าบางวันก็ได้บ้าง บางวันก็ไม่ได้เลย ทำให้ชีวิตลำบากมากๆ แต่ก็ไม่รู้จะหันไปพึ่งพาใคร ทางด้านสำนักข่าวก็มีการแปะเลขบัญชี และเบอร์โทรศัพท์ของคุณยายเพื่อช่วยเหลือ

 

คลิปวิดีโอรายงานข่าว

 

ได้รับเงินบริจาค 600,000 ลูกสาวที่อยู่ต่างจังหวัดรับไปอยู่ด้วย 3 เดือนเงินหมด ไล่แม่กลับไปอยู่ห้องเช่าตามเดิม

ภาพจาก ข่าวช่องวัน

 

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 สำนักข่าวรายงานความคืบหน้าเรื่องราวชีวิตของคุณยายสาลี่ และคุณยายมณี ก็ทราบว่าหลังจากที่มีการนำเสนอข่าวออกไป ก็มีผู้คนเห็นใจและบริจาคเงินเข้ามาเป็นจำนวนกว่า 590,000 บาท

คุณยายสาลี่เล่าให้ฟังว่า เมื่อช่วยปลายปี 2563 ที่ผ่านมา ลูกสาวของตนทราบข่าวก็เลยอาสาจะมารับไปอยู่ด้วย พร้อมกับบอกว่าจะขอนำเงินที่ได้จากการบริจาคนั้นไปต่อเติมบ้านก่อนจำนวน 170,000 บาท

เมื่อต่อเติมบ้านเสร็จจะมารับตน รวมไปถึงคุณยายมณี และนายบุญหลงไปอยู่ด้วย

แต่ระหว่างที่ไปอยู่ด้วยนั้นชีวิตกลับแย่ลงกว่าเดิม คุณยายสาลี่เล่าว่าลูกสาวพาไปธนาคารเพื่อทำบัตรเอทีเอ็ม จากนั้นก็ยึดบัตรไป โดยที่ไม่รู้เลยว่าลูกสาวนำเงินไปใช้ทำอะไรบ้าง

ส่วนตัวของคุณยายเองถ้าจะใช้เงิน กลับต้องขอจากลูกสาวก่อนเท่านั้น ทำให้รู้สึกอึดอัด แถมยังเปิดเผยอีกว่าถูกทำร้ายร่างกายด้วยการผลักจนหงายหลังศีรษะกระแทกพื้น

นอกจากนี้คุณยายยังเปิดเผยอีกว่า หลังจากไปอยู่กับลูกสาวผ่านไปได้ 3 เดือน เงินบริจาคถูกใช้จนหมดเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่บาทเดียว ทำให้ถูกไล่กลับมาอยู่ที่ห้องเช่าที่เดิม

 

ลูกสาวออกมาเปิดเผย เอาเงินบริจาคของแม่ 600,000 ไปทำอะไร ยันไม่ได้เอาไปใช้ส่วนตัว

ภาพจาก ข่าวช่องวัน

 

หลังจากที่สื่อนำเสนอข่าวเรื่องที่คุณยายสาลี่เล่า โซเชียลต่างก็รุมประณามลูกสาว จนทำให้ต้องออกมาขอความเป็นธรรม และชี้แจงข้อเท็จจริง

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564 มีการนัดไกล่เกลี่ยกันระหว่างคุณยายสาลี่ และลูกสาวของตัวเอง จากกรณีที่คุณยายได้เงินบริจาคมา 600,000 บาท แต่ลูกสาวมาช่วยจัดการ จนเงินหมดภายใน 3 เดือน

ซึ่งฝ่ายลูกสาวถึงกับร้องไห้ออกมาในระหว่างที่เจรจากัน โดยเธอยืนยันว่าเงินที่ได้มานั้นตนเอาไปต่อเติมบ้าน และใช้จ่ายในครอบครัว ไม่ได้เอาไปใช้ส่วนตัวแต่อย่างใด

พร้อมกับเปิดเผยว่าคุณแม่ (คุณยายสาลี่) ขอเงินไปใช้อาทิตย์ละ 4,000-5,000 บาท จากการไกล่เกลี่ยก็ได้ข้อสรุปว่าลูกสาวจะต้องชดใช้เงินคืนแม่เป็นจำนวนเงิน 672,700 บาท และทำสัญญาชดใช้ใหม่เดือนละ 3,000 บาท ต้องจ่ายทุกวันที่ 15 ของเดือนจนกว่าแม่จะเสียชีวิต (เท่ากับว่าต้องจ่ายคืนถึง 18 ปี)

“มันไม่ใช่เดือนละแสนสองแสน คือใช้ไปเรื่อยๆ แต่พอมามีปัญหาตรงนี้ ก็มาว่าเราเอาไปทำนู่นทำนี่ จริงๆ เราไม่ได้เอาไปไหนเลย ตอนเขาป่วยไข้ เราก็ไปซื้อยาให้เขากิน” ลูกสาวกล่าว

ส่วนเรื่องของการไล่ให้กลับไปอยู่ที่ห้องเช่าตามเดิม ลูกสาวตอบว่า “ไม่มีเจตนาจะไล่แม่ออกจากบ้าน แต่คิดว่าถ้าไปอยู่ห้องเช่าน่าจะดีกว่านี้”

ทางฝั่งคุณยายสาลี่เองหลังจากไกล่เกลี่ยเสร็จก็เดินทางไปที่ธนาคาร เพื่อปิดรับบริจาค และปิดบัญชี พร้อมกับถอนเงินออกมาใช้จ่าย จากเรื่องดังกล่าวคุณยายสาลี่ยืนยันว่าจะไม่กลับไปอยู่กับลูกสาวอีกแล้ว พร้อมกับยืนยันว่าจะกลับไปอยู่ห้องเช่าตามเดิม และกลับไปนั่งตกปลาเพราะอายุมากแล้ว

 

คลิปวิดีโอรายงานข่าว

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวหง่าว

ที่มา : ข่าวช่องวัน, springnews, one31

Advertisement

ส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

0 ปลาทู

ใส่ความเห็น