ผลวิจัยความฝัน 24,000 เรื่อง ชี้ “ความฝัน” ของเรา แท้จริงเป็นดั่ง “ตอนต่อ” ของความเป็นจริง


“ความฝันของคนเรามาจากไหน?” นี่ถือว่าเป็นคำถามเก่าแก่ที่นักวิทยาศาสตร์พยายามไขกันให้ได้ที่สุดคำถามหนึ่ง

นั่นเพราะตั้งแต่ในอดีตมา เราเคยเชื่อกันว่าความฝันนั้นอาจมีความเกี่ยวข้องได้ทั้งกับความคิดของผู้คน หรือแม้แต่เรื่องลี้ลับเหนือธรรมชาติ อย่างลางบอกเหตุ

 

 

อย่างไรก็ตามในงานวิจัยชิ้นใหม่ของทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Roma Tre ในอิตาลี ดูเหมือนว่าคำจำกัดความที่เหมาะสมที่สุดสำหรับความฝันอาจจะเป็น “ตอนต่อของความจริง” ก็เป็นได้

อ้างอิงจากคุณ Alessandro Fogli ผู้นำทีมวิจัย ในอดีตการเก็บตัวอย่างความฝันของผู้คนถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยุ่งยาก เนื่องจากไม่มีอะไรยืนยันว่าอาสาสมัครในการทดลองจะหลับแล้วฝัน หรือจำความฝันของตัวเองได้

ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องที่โชคดีมาก ที่ในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์สามารถเก็บตัวอย่างฝันของคนจำนวนมากได้ด้วยระบบฐานข้อมูลสาธารณะอย่าง “DreamBank” ทำให้งานวิจัยนี้มีฐานข้อมูลที่ใหญ่เอามากๆ เมื่อเทียบกับในอดีต

 

 

โดยหลังจากที่นักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์ข้อมูลความฝันกว่า 24,000 รายการบนฐานข้อมูลดังกล่าว

ด้วยระบบจำแนกฝันอัตโนมัติที่อ้างอิงข้อมูลจากระบบที่เรียกว่า Hall and Van de Castle system (ระบบจำแนกประเภทฝันจากสิ่งที่เห็นในฝันของนักจิตวิทยาชื่อ Calvin Hall และ Robert Van de Castle)

พวกเขาก็พบว่า สิ่งที่ปรากฏในฝันของคนส่วนใหญ่นั้น ล้วนแต่เป็นสิ่งที่พวกเขาเคยพบเห็นมาก่อนในชีวิตประจำวัน หรือสัญลักษณ์ทางความฝันที่ผู้ฝันมีโอกาสพบได้สูงในการใช้ชีวิตทั้งสิ้น

 

 

“การวิจัยนี้ให้ผลสนับสนุน ‘สมมติฐานความต่อเนื่องของความฝัน’ ที่นักวิทยาศาสตร์ด้านการนอนหลับมักจะกล่าวถึงโดยตรง…” คุณ Alessandro ระบุ “ความฝันส่วนใหญ่มักจะมีความต่อเนื่องกับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน”

“ดูเหมือนว่าชีวิตประจำวันจะส่งผลต่อความฝัน (เช่นความวิตกกังวลในชีวิตอาจนำไปสู่ความฝันเชิงลบ) ในขณะที่ฝันเองก็ส่งผลต่อชีวิตประจำวัน (เช่นการฝันสามารถส่งผลต่อทักษะการแก้ปัญหาได้)”

จริงอยู่ว่านักวิทยาศาสตร์หลายกลุ่มเองจะมองว่าความฝันเป็นการจัดระเบียบความทรงจำของสมอง ดังนั้นมันจึงไม่เปลกที่จะเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันอยู่แล้วก็ตาม

แต่การที่นักวิทยาศาสตร์สามารถยืนยันความคิดนี้ได้ด้วยการตรวจสอบตัวอย่างมหาศาลด้วยระบบอัตโนมัติ มันก็ช่วยให้เราเห็นถึงความก้าวหน้าของวิทยาการได้เป็นอย่างดี

 

 

และนักวิทยาศาสตร์เองก็บอกว่าไม่แน่เหมือนกันว่าในอนาคตอันใกล้นี้ เราอาจจะมีเทคโนโลยีที่ช่วยเชื่อมความฝันกับโลกแห่งความจริงขึ้นอีกขั้นก็เป็นได้

 

ที่มา sciencealert, royalsocietypublishing และ springer

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments