หลังจากที่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 แพร่ระบาดเป็นวงกว้างอย่างมากในประเทศจีน ทำให้ทางการออกมาตรการปิดเมือง และให้ผู้คนสวมหน้ากาก และลดการออกมาข้างนอก

แต่ก็มีบางส่วนที่ไม่ได้ให้ความร่วมมือ เดินออกมาข้างนอกโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย ทำให้ต้องใช้โดรนในการตรวจสอบ

 

 

โดยตัวโดรนนั้นจะมีลำโพงกล้องติดมาด้วยเพื่อให้ต้นทางสามารถพูดคุยกับคนที่เดินไปมาได้อย่างสะดวก

การทำงานของมันก็คือเมื่อเจอคนที่เดินข้างนอกโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย โดรนก็จะบินเข้าไปดุ โดยจะมีเจ้าหน้าที่อยู่อีกฝั่งตอนตักเตือนอยู่ตลอด

 

อย่างเช่นคุณป้าคนนี้ที่ตอนแรกงงว่าเสียงมาจากไหน จนโดรนต้องพูดว่า “ใช่ครับ ป้า โดรนตัวนี้กำลังคุยกับป้าอยู่” “ป้าไม่ควรออกมาเดินโดยไม่ใส่หน้ากากนะครับ” “โดรนกำลังมองคุณอยู่” และหลังจากนั้นป้าจะเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว

 

หรืออย่างชายคนนี้ที่ขับมอเตอร์ไซค์อยู่ ก็โดนโดรนทักเนื่องจากไม่สวมหน้ากาก

 

“นี่ พ่อรูปหล่อที่กำลังคุยโทรศัพท์ หน้ากากอยู่ไหน ใส่หน้ากากซะ”

 

“นี่เด็กน้อย นี่ไม่ใช่เวลาที่ดีเท่าไหร่นะ อย่ามาเดินเล่นข้างนอก หนูไม่ได้ใส่หน้ากากด้วย รีบกลับบ้านให้ไวเลย ไวรัสโคโรนาอันตรายมากนะ วิ่ง!”

 

ชมคลิปได้ที่นี่

 

โดรนลาดตระเวนถูกปล่อยหลังจากที่องค์การอนามัยโลกประกาศว่าไวรัสโคโรนาเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขโลก หลังจากพรากชีวิตคนไปกว่า 200 คน และชิดเชื้ออีกมากกว่า 10,000 คน

อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญหลายคนเตือนว่าหน้ากากอาจจะมีประสิทธิภาพป้องกันไวรัสได้ แต่ที่สำคัญที่สุดคือการล้างมือบ่อยๆ เพราะเป็นวิธีการป้องกันที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

 

ที่มา businessinsider, nymag

Advertisement

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์