ออสเตรเลียช้ำหนัก ควันไฟป่ายังไม่จางหาย เจอพายุทรายเข้าถล่มซ้ำเปลี่ยนท้องฟ้าเป็นสีส้ม


สถานการณ์ไฟป่าในประเทศออสเตรเลียเข้าขั้นวิกฤตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดนี้สำนักข่าวออสเตรเลียและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุว่ามวลอากาศจะทำให้พื้นที่ของออสเตรเลียมีอากาศที่ร้อนมากขึ้น นั่นจึงทำให้ความหวังในการดับไฟนั้นน้อยลงไปอีก

 

 

ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่พยายามกันอย่างหนัก ดับไฟกันไม่หยุดไม่หย่อนแต่เปลวเพลิงยังคงลุกโชนในหลายรัฐหลายจุด ประชาชนต่างต้องอพยพหาที่พักพิงชั่วคราว เพื่อหนีออกจากพื้นที่อันตราย

 

 

ในส่วนของพื้นที่ตอนตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐวิคตอเรีย กลับต้องเจอเคราะห์ซ้ำอย่างหนักหน่วง เมื่อท้องฟ้ากลับไม่สดใสเหมือนแต่ก่อนจากควันไฟ ก็ต้องเจอกับพายุทรายพัดเข้าฝั่งทำให้มองอะไรแทบไม่เห็นอีกเลยในวันนี้

พายุทรายเข้ากระหน่ำบริเวณเมืองมิลดูร่าช่วงก่อนเวลาเที่ยงในวันพฤหัสบดีที่ 21 ตุลาคม 2019 พร้อมกับแรงลม 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยิ่งทำให้เกิดอากาศร้อนอบอ้าวสูงถึง 40 องศาเซลเซียส

 

ท้องฟ้าในเมืองมิลดูร่ากลายเป็นสีส้ม

.

 

ชาวบ้านชาวเมืองในพื้นที่ได้โพสต์และทวีตภาพบรรยากาศของเมืองในวันนี้ เผยให้เห็นว่าสภาพที่เป็นอยู่มันย่ำแย่ขนาดไหน ไฟป่ายังไม่ทันดับก็ต้องเจอกับมวลอากาศร้อนและท้องฟ้าที่ดูน่ากลัวเช่นนี้

 

 

ภาพบรรยากาศทั้งหมดเกิดจากพายุทรายโหมกระหน่ำเข้าฝั่ง ผสมกับหมอกควันไฟหนาแน่นที่ปกคลุมไปทั่วพื้นที่ จึงทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นแทบเป็นศูนย์

 

.

.

.

.

 

ทางด้านกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าพายุทรายจะทำให้เกิดอากาศแห้งไปทั่วบริเวณที่ปกคลุม และยิ่งหากเกิดเป็นลมแรงจะยิ่งทำให้กำแพงไฟลุกลามขึ้นได้อีก

ในส่วนของมวลอากาศตอนนี้ประกอบไปด้วยควันจากไฟป่าผสมกับฝุ่นหนาจากพายุ จึงทำให้บรรยากาศโดยรวมแย่มากกว่าเดิม และอาจจะต้องเจอพายุฝนฟ้าคะนองตามมาอีกระลอกใหญ่

 

 

ที่มา: 7news, theaustralian, theguardian, abc, ladbible

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments