การที่หนอนปรสิตก่อความวุ่นวายในร่างกายมนุษย์นั้น แน่นอนว่ามันจะต้องไม่ใช่เรื่องที่ดีเป็นแน่ ถึงอย่างนั้นก็ตามการที่คนเรามีอาการของพยาธินิดๆ หน่อยๆ มันก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่เป็นกรณีศึกษาจนถูกตีพิมพ์ลงวารสารเช่นกัน

ดังนั้น นี่จึงถือว่าเป็นเรื่องที่โชคร้ายมากๆ ของชายวัย 80 ปีไม่ระบุนามคนหนึ่งในอินเดียเลย เพราะเขานั้น บังเอิญมีอาการติดเชื้อพยาธิเข้าที่ถุงอัณฑะแบบพอดิบพอดี และอาการดังกล่าวก็ทำให้ถุงอัณฑะข้างหนึ่งของเขาแข็งราวกับเป็น “เปลือกไข่” เลยด้วย

 

 

อ้างอิงจากรายงานกรณีศึกษาที่ได้รับการตีพิมพ์ออกมา ชายวัย 80 ปีคนนี้ ได้เข้ามาพบแพทย์หลังจากที่เจ้าตัวมีอาการมีเลือดปะปนในปัสสาวะ ซึ่งตามปกติจะเป็นอาการของโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ

อย่างไรก็ตามเมื่อแพทย์ทำการตรวจร่างกายชายคนดังกว่า พวกเขากลับพบเรื่องแปลกๆ เพื่อขึ้นอีกหนึ่งเรื่องคือชายคนนี้มีถุงอัณฑะขวา ใหญ่กว่าด้านซ้ายอย่างเห็นได้ชัด และถุงอัณฑะที่ว่าก็จะให้ความรู้สึกแข็งผิดธรรมชาติเวลาจับด้วย

อาการที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ทีมแพทย์ตัดสินใจตรวจสอบร่างกายของผู้ป่วยอย่างละเอียดด้วยระบบซีทีสแกน เผยให้เห็นถึงถุงน้ำปริศนาที่ไม่ควรจะมีอยู่ในถุงอัณฑะของผู้ป่วย ซึ่งเป็นอาการของโรคถุงน้ำลูกอัณฑะภาวะที่มีการสะสมของน้ำอยู่รอบลูกอัณฑะ ที่มักจะเกิดขึ้นในคนมีอายุหากพวกเขามีการบาดเจ็บหรือการอักเสบที่ถุงอัณฑะ

 

 

ในกรณีของชายคนนี้ ทางทีมแพทย์ได้พบว่าเขามีการติดเชื้อพยาธิตัวกลมฟิลาเรีย ที่มักทำให้เกิดโรคเท้าช้าง ซึ่งในบางกรณีแทนที่พยาธิจะลงไปที่ขา มันกลับเดินทางตามต่อมน้ำเหลืองไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ซึ่งในกรณีของชายชราคนนี้ เป็นที่ถุงอัณฑะ

นี่นับว่าเป็นโรคที่ระบาดค่อนข้างหนักในประเทศอย่างอินเดีย (และประเทศเขตร้อนอื่นๆ) เลยก็ว่าได้ เพราะด้วยความที่ว่าตัวโรคมีพาหะเป็นยุง ทำให้การจัดการป้องกันโรคนี้เป็นไปอย่างลำบาก แถมเมื่อพยาธิเข้าสู่ร่างกายจนแสดงอาการ การรักษาอาการดังกล่าวยังถือว่าลำบากเอามากๆ และอาจใช้เวลาหลายปีในบางกรณีเลยด้วย

 

ยุงลายเสือ พาหะของพยาธิตัวกลมฟิลาเรีย

 

นับว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายมากที่ในรายงานทางการแพทย์ชิ้นนี้ไม่ได้มีการระบุเอาไว้เลยว่าคนไข้คนดังกล่าวได้รับการรักษาแบบไหน หรืออาการของเขากลับเป็นปกติหรือไม่ อย่างไรก็ตามพวกเขาได้มีการออกผู้เตือนคนในพื้นที่เสี่ยงติดเชื้อให้เข้ารักการตรวจรักษาโรคดังกล่าวแบบรายปี แม้ตัวเองจะไม่มีอาการก็ตาม

 

ที่มา bmj, livescience และ gizmodo

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์