สำหรับขาวิ่งทั้งหลายแล้ว คงจะไม่มีใครที่ไม่รู้จักกับ Eliud Kipchoge หนุ่มวัย 34 ปี จากประเทศเคนย่า เขาคือเจ้าของสถิติโลกในกีฬาวิ่งมาราธอนระยะ 42 กิโลเมตร

หากจะจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ เขาก็เปรียบเสมือนกับ Usane Bolt ที่เป็นเทพเจ้าแห่งการวิ่งระยะสั้น ที่สร้างสถิติโลกขึ้นมา แล้วก็ล้มสถิติของตัวเองอยู่เรื่อยๆ นั่นเอง

ล่าสุด Kipchoge ก็ได้ทลายขีดจำกัดของมนุษย์ ที่ไม่เคยมีใครหน้าไหนทำได้มาก่อน ก็คือการวิ่งมาราธอนระยะฟูลมาราธอน (42 กิโลเมตร) ให้จบได้ในระยะเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง!?

 

Eliud Kipchoge

 

ซึ่งก่อนหน้านี้พี่แกก็เกือบจะทำได้หลายครั้งแล้ว แต่ก็เฉียดไปเฉียดมาไม่สำเร็จสักที

ย้อนกลับไปที่การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ในปี 2016 ที่ริโอ เขาสร้างสถิติโลกในกีฬาวิ่งมาราธอนระยะ 42 กิโลเมตรไว้ที่ 2 ชั่วโมง 2 นาที 57 วินาที

หลังจากนั้นในปี 2017 เขาก็เกือบจะทำได้อีกครั้ง ในโครงการของ Nike ที่มีชื่อว่า Breaking 2 ที่จัดขึ้นมาท้าทายขีดจำกัดของมนุษย์ ซึ่งในครั้งนี้ Kipchoge ทำเวลาได้ 2 ชั่วโมง 25 วินาที (อีกนิดเดียวเท่านั้น)

ปล. ครั้งนี้ไม่ถูกบันทึกเป็นสถิติโลกเพราะไม่ใช่การแข่งขันอย่างเป็นทางการ

ในปี 2018 Kipchoge สร้างสถิติโลกวิ่งมาราธอนขึ้นมาใหม่ ในการแข่งขันรายการ BMW Berlin Marathon 2018 ซึ่งในปีนี้เขาเป็นแชมป์ติดต่อกันเป็นสมัยที่ 3 ทำเวลาไป 2 ชั่วโมง 1 นาที 39 วินาที

 

 

แม้จะเฉียดไปมา และไม่สำเร็จสักที แต่เขาก็ไม่เคยยอมแพ้เลยแม้แต่ครั้งเดียว!! Kipchoge เลยตัดสินใจเข้าร่วมโครงการของ  INEOS 1:59 Challenge เป็นโครงการที่มีเป้าหมายผลักดันให้มนุษย์สามารถวิ่งจบมาราธอนก่อน 2 ชั่วโมงในจงได้

โดยโครงการดังกล่าวนั้นจัดขึ้นที่สวนสาธารณะ The Prater ในกรุงเวียนนาประเทศออสเตรีย เป็นการวิ่งวนรอบสวนสาธารณะทั้งหมด 4.4 รอบ มีทางตรงทั้งหมด 90 เปอร์เซ็นต์

มีนักวิ่งชั้นนำของโลกจากระยะต่างๆ ทั้งหมด 41 คนมาร่วมเป็น Pacer (ผู้ช่วยกำหนดความเร็วในการวิ่ง) และมีรถยนต์ Audi ขับนำหน้าเพื่อยิงเลเซอร์กำหนดความเร็วตลอดเส้นทาง

 

 

และในที่สุดเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ที่ผ่านมา Kipchoge ก็ทำสำเร็จ!! เขาวิ่งเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 1 ชั่วโมง 59 นาที 40.1 วินาที

 

ภาพจาก Reuters

 

ชมคลิปเหตุการณ์วินาทีแห่งประวัติศาสตร์

 

อย่างไรก็ตามสถิติที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ จะไม่ได้รับการรับรองให้เป็นสถิติโลกจากสหพันธ์กรีฑานานาชาติ หรือ IAAF เนื่องจากว่าการวิ่งนี้ไม่ได้อยู่ในข้อกำหนดของ IAAF นั่นเอง

 

ที่มา : theguardian, cnn, metro

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์