เพื่อนๆ ทราบกันหรือไม่คะว่า การลดซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศบนโลกเราได้

หากไม่เชื่อก็คงต้องไปติดตามชีวิตของ Ella Kim Marriot วัย 20 ปี สาวจากเมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา นักศึกษาและนักกิจกรรมสิ่งแวดล้อม จากมหาวิทยาลัย British Columbia

 

 

เธอได้ริเริ่มเปลี่ยนวิถีชีวิตของเธอ ด้วยการไม่ซื้อเสื้อผ้าตามกระแสแฟชั่นเป็นเวลากว่า 4 ปีแล้ว ซึ่งเธอบอกว่ามันมีส่วนช่วยลดการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และสิ่งแวดล้อมด้วยล่ะ

ความคิดนี้เริ่มขึ้นเมื่อตอนที่เธอได้ดูสารคดีเรื่อง The True Cost ทำให้เธอเห็นทุกแง่ทุกมุม ของอุตสาหกรรมแฟชั่นรวดเร็ว (Fast Fashion) หรือแฟชั่นที่ถูกผลิตขึ้นมาตามกระแส แต่ก็หมดความนิยมไวเช่นกัน

จากสารคดีนั้นเองทำให้เธอเห็นข้อเสียของอุตสาหกรรมแฟชั่นรวดเร็ว ว่ามันกระทบถึงสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงสภาพการทำงานของเหล่าผู้ใช้แรงงานที่ไม่ได้รับความยุติธรรมอย่างไร

เสื้อผ้าที่ถูกทิ้งเมื่อหมดความนิยม

 

อุตสาหกรรมเสื้อผ้ารวดเร็ว มักจะผลิตสินค้าออกมาตามเทรนด์และราคาถูก โดยเฉพาะในร้านค้าขนาดใหญ่ และเมื่อหมดกระแสก็จะถูกนำไปทิ้งและทำลาย เป็นผลให้เกิดสารเคมีรั่วไหลและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

จุดประสงค์ในการไม่สนับสนุนอุตสาหกรรมเสื้อผ้าตามกระแสแฟชั่นของเธอนั้นก็เพราะ เธอหันมาสนใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อยากจับจ่ายสินค้าอย่างมีสติ และที่มีประโยชน์จริงๆ เธอจึงหันมาสนใจเสื้อผ้าจากร้านค้ามือสองแทน

มันยังช่วยให้เธอสนุกกับการแต่งตัวในสไตล์ของเธอมากขึ้นอีกด้วยล่ะ

 

.

 

“ฉันเห็นว่าเสื้อผ้าราคากว่าหลายพันดอลลาร์ต่างก็มีจุดจบเดียวกันคือที่ลานแยกขยะ นอกจากนี้ฉันยังเห็นกฎหมายแรงงานในหลายๆ จุดที่ไม่แฟร์ต่อพนักงาน ฉันจึงตัดสินใจไม่สนับสนุนมันอีกต่อไป” Ella กล่าว

เธอตัดสินใจบอกเพื่อนๆ ถึงไอเดียที่เธอได้เริ่มทำ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้พวกเขาเริ่มต้นความท้าทายใหม่ๆ นี้ด้วยเช่นกัน

 

 

นอกจากนี้ Ella ยังส่งต่อเสื้อผ้าที่เธอไม่ใช้แล้ว ให้กับร้านค้ามือสองอีกด้วย เพื่อเป็นประโยชน์ให้คนอื่นๆ อีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม เธอเองก็รู้ว่ามันยาก ที่จะห้ามใจไม่ให้ซื้อเสื้อผ้าสวยๆ ที่กำลังได้รับความนิยม แต่เธอก็หวังว่าวิธีของเธอจะช่วยเตือนสติให้เพื่อนๆ ได้เห็น ว่าทุกคนมีส่วนช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้ ในวิธีการตามที่ตัวเองพอใจ

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวเมษา

ที่มา: metro, cbc & vancity

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...